คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 396/2518
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีแล้วคู่ความมิได้อุทธรณ์คำสั่งเช่นนี้ คดีจึงถึงที่สุดแล้ว
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นสั่งให้ผู้ร้องขัดทรัพย์นำเงินมาวางศาลภายใน 15 วันเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ หากไม่นำมาวางภายในกำหนด ให้จำหน่ายคดีก่อนสิ้นกำหนดวางเงิน ผู้ร้องขัดทรัพย์อุทธรณ์คำสั่งนั้นว่าผู้ร้องไม่ต้องวางเงินประกันความเสียหาย และขอให้มีคำสั่งงดการจำหน่ายคดี ครั้นสิ้นกำหนดแล้วศาลชั้นต้นจึงสั่งจำหน่ายคดี ผู้ร้องขัดทรัพย์ไม่อุทธรณ์คำสั่งนี้ ดังนี้ เมื่อศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีแล้วคู่ความมิได้อุทธรณ์คำสั่งเช่นนี้คดีจึงถึงที่สุดแล้ว ไม่มีทางจะยกขึ้นพิจารณาใหม่ได้และไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ร้องเรื่องคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้วาง เงินประกันต่อไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เดิมคดีนี้ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ให้โจทก์ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินอ้างว่าเป็นจำเลย ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์ที่ยึดเป็นของผู้ร้องขอให้ปล่อย โจทก์ให้การว่าทรัพย์ที่ยึดเป็นที่มีโฉนดเป็นของจำเลย ผู้ร้องเป็นมารดาจำเลยยื่นคำร้องเพื่อประวิง ขอให้ยกคำร้อง
ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่าคำร้องขัดทรัพย์ไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ศาลสั่งผู้ร้องวางเงินประกันความเสียหาย ๕,๐๐๐ บาท ศาลชั้นต้นสั่งให้ผู้ร้องนำเงิน ๕,๐๐๐ บาทมาวางศาลภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันสั่งเพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ หากไม่วางภายในกำหนดให้จำหน่ายคดี
ก่อนสิ้นกำหนดวางเงิน ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นว่าคดีของผู้ร้องมีมูลที่จะร้องได้ และมิได้ยื่นเข้ามาเพื่อประวิงให้ชักช้าผู้ร้องไม่ต้องวางเงินประกันความเสียหายขอให้มีคำสั่งงดการจำหน่ายคดี
หลังจากครบกำหนดวางเงิน โจทก์ยื่นคำแถลงว่าผู้ร้องไม่วางเงินตามคำสั่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีของผู้ร้องขัดทรัพย์ ผู้ร้องไม่อุทธรณ์คำสั่งนี้
ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของผู้ร้องขัดทรัพย์
ผู้ร้องขัดทรัพย์ฎีกาว่า คำร้องขัดทรัพย์มีมูลและไม่ได้ยื่นเข้ามาเพื่อประวิงให้ชักช้า การไม่อุทธรณ์เมื่อศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีก็เป็นการชอบ เพราะจะเป็นการซ้ำหรือซ้อนกับอุทธรณ์เดิม ขอให้ยกคำร้องของโจทก์โดยผู้ร้องไม่ต้องวางเงินประกัน กับงดการจำหน่ายคดีเมื่อจำหน่ายคดีแล้วขอให้ยกขึ้นพิจารณาใหม่
ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเมื่อปรากฏว่าศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีของผู้ร้องขัดทรัพย์เสียแล้ว คู่ความไม่อุทธรณ์คำสั่งนี้คดีจึงถึงที่สุดแล้ว ไม่มีทางจะยกขึ้นพิจารณาใหม่ได้และไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยเกี่ยวกับคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ผู้ร้องวางประกัน
พิพากษาให้ยกฎีกาของผู้ร้องขัดทรัพย์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 396/2518
นายบุญรอด ชมชูชื่น โจทก์
นางละมัย นวลสาย ล.
นางริม รักเดชา ผู้ร้องขัดทรัพย์
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบุญรอด ชมชูชื่น · ล. - นางละมัย นวลสาย · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นางริม รักเดชา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุมิตร ฟักทองพรรณ · วิทูร เทพพิทักษ์ · ล้วน นิลกำแหง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตรัง · ศาลอุทธรณ์ - นายสมาน เจนนภา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา