⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 412/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 412/2518

ป.อาญา ม.32

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีไว้ซึ่งสิ่งของจำนวนมาก ไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บ ไม่เป็นเหตุรับฟังว่ามีไว้เพื่อขายหรือจำหน่าย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมีน้ำมันก๊าดของกลาง แม้จะมีจำนวนมากและไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บก็ไม่เป็นเหตุที่จะรับฟังว่าจำเลยมีไว้เพื่อขายหรือจำหน่าย ดังนั้น น้ำมันก๊าดของกลางจึงไม่ใช่ของควรริบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.32

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ค้าน้ำมันเมื่อระหว่างวันที่ 17 มกราคม 2517 ถึง 4 กุมภาพันธ์ 2517 จำเลยมีน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดน้ำมันก๊าดจำนวน 50,821 ลิตรไว้ในความครอบครองโดยไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และจำเลยมีไว้โดยไม่มีเหตุต้องใช้และไม่มีใบอนุญาตให้เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง อันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของนายกรัฐมนตรีซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงพ.ศ. 2516 ซึ่งจำเลยทราบคำสั่งนี้แล้ว เหตุเกิดที่ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2517 เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยน้ำมันก๊าดจำนวน 50,821 ลิตร เป็นของกลาง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 มาตรา 3, 8ให้จำคุกจำเลย 2 ปี ปรับ 50,000 บาท จำเลยรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปีปรับ 25,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ภายในกำหนด 3 ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลดโทษปรับและคืนของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ริบของกลาง ส่วนที่จำเลยขอคืนนั้นชอบที่จำเลยจะได้ดำเนินการเพื่อให้มีการมีไว้เป็นการถูกต้องตามกฎหมายนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาว่า การที่จำเลยมีน้ำมันก๊าดของกลางเป็นจำนวนมากโดยไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บเป็นการกระทำโดยเจตนามีไว้เพื่อขายหรือจำหน่าย จึงเป็นการมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1) ขอให้ริบของกลาง ศาลฎีกาปรึกษาแล้ว ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1) ให้ศาลมีอำนาจสั่งริบทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดโจทก์อ้างว่าจำเลยมีของกลางไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด คือมีไว้เพื่อขายหรือจำหน่าย เห็นว่าการขายหรือจำหน่ายจะเป็นความผิดหรือไม่ก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงได้ความแต่เพียงว่าจำเลยมีน้ำมันก๊าดของกลาง แม้จะมีจำนวนมากและไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บ ก็ไม่เป็นเหตุที่จะรับฟังว่าจำเลยมีไว้เพื่อขายหรือจำหน่ายดังที่โจทก์ฎีกาอยู่นั่นเอง น้ำมันก๊าดของกลางจึงไม่ใช่ของควรริบ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 412/2518 พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา โจทก์ นายแจ้ว บุญกำเหนิด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา · จำเลย - นายแจ้ว บุญกำเหนิด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัญชัย สัจจวานิช · แผ้ว ศิวะบวร · สนิท บริรักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2936/2564ฎีกา 5699/2562ฎีกา 4577/2558ฎีกา 1089/2559ฎีกา 2176/2543ฎีกา 512/2559ฎีกา 7149/2558ฎีกา 1875/2547ฎีกา 1979/2521ฎีกา 4519/2544ฎีกา 696/2541ฎีกา 5061/2561ฎีกา 4105/2541ฎีกา 239/2484ฎีกา 2948/2555ฎีกา 8479/2560ฎีกา 854/2563ฎีกา 7526/2561ฎีกา 4463/2561ฎีกา 15711/2557ฎีกา 962/2560ฎีกา 2495/2550ฎีกา 4344/2561ฎีกา 3499/2563
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา