⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 421/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 421/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลในคดีที่มีทุนทรัพย์ เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์.

ย่อคำพิพากษา

ในชั้นตรวจคำฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีโจทก์เป็นคดีที่มีทุนทรัพย์ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลโดยคิดคำนวณจากทุนทรัพย์ภายในกำหนด 15 วัน มิฉะนั้นศาลจะไม่รับคำฟ้อง คำสั่งเช่นว่านี้เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(1) ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์และศาลอุทธรณ์พิพากษาสั่งให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป ทั้งๆ ที่ศาลชั้นต้นยังมิได้สั่งไม่รับฟ้องโจทก์ จึงเป็นการไม่ถูกต้อง กรณีเป็นหนี้อันแบ่งแยกไม่ได้แม้จำเลยที่ 3,4มิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 3,4 ด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา245(1)ประกอบด้วยมาตรา 247

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.245 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยที่ 1, 2, 3 ปฏิบัติตามสัญญาเช่าสร้าง ฉบับลงวันที่ 28 สิงหาคม 2514 โดยยอมรับว่าโจทก์มีสิทธิสมบูรณ์ในการก่อสร้างอาคารบนที่ดินมรดกของนายแนบ ให้จำเลยที่ 1, 2 และ 3 ยอมรับให้ผู้ทำสัญญาจองการเช่าเข้าทำสัญญาเช่ากับจำเลยที่ 1, 2 ห้ามมิให้จำเลยที่ 1, 2, 3, 4 และบริวารทำการรบกวนสิทธิของโจทก์ ฯลฯ ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีโจทก์เป็นคดีที่มีทุนทรัพย์ ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลโดยคิดคำนวณจากทุนทรัพย์ภายในกำหนด 15 วัน มิฉะนั้นศาลจะไม่รับคำฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป จำเลยที่ 1, 2 ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลชั้นต้นเพียงสั่งให้โจทก์ชำระค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์เท่านั้น จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(1) ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ และศาลอุทธรณ์พิพากษาสั่งให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป ทั้ง ๆ ที่ศาลชั้นต้นยังมิได้สั่งไม่รับฟ้องโจทก์ จึงเป็นการไม่ถูกต้อง ฎีกาจำเลยที่ 1, 2 ฟังขึ้น คดีนี้เป็นหนี้อันแบ่งแยกไม่ได้ แม้จำเลยที่ 3, 4 มิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 3, 4 ด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 245(1) ประกอบด้วย มาตรา 247 พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำสั่งศาลชั้นต้น รวมทั้งจำเลยที่ 3, 4 ด้วย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 421/2518 ห้างหุ้นส่วนจำกัดทองทวีผล โจทก์ หลวงสารนัยประสาสน์ ในฐานะผู้จัดการมรดก กับพวกรวม 4 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดทองทวีผล · จำเลย - หลวงสารนัยประสาสน์ ในฐานะผู้จัดการมรดก กับพวกรวม 4 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)รื่น วิไลชนม์ · สนับ คัมภีรยส · สรรเสริญ ไกรจิตติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 1022/2551ฎีกา 5640/2540ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 8108/2542ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1196/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 581/2502ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 1959/2529ฎีกา 3803/2538ฎีกา 189/2540ฎีกา 352/2498ฎีกา 801/2515ฎีกา 119/2532ฎีกา 4185/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา