⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1825/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1825/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเท่าใด ให้ถือเป็นทุนทรัพย์ของคดีเพื่อกำหนดว่าต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงหรือไม่

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยในมูลละเมิดเป็นเงิน 52,140 บาท คดีจึงมีทุนทรัพย์ 52,140 บาท ไม่ใช่ทุนทรัพย์ 40,000 บาท เท่าที่ศาลล่างพิพากษาให้จำเลยใช้คดีจึงมิต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์ หมายเลขทะเบียน ก.ท.ป. ๑๔๕๗ จำเลยเป็นผู้ครอบครองรถบรรทุก ๑๐ ล้อ หมายเลขทะเบียน ล.บ.๐๖๐๓๕ ในฐานะผู้ผ่อนส่ง โดยมีนายจำลอง กิจตนลูกจ้างของจำเลยเป็นคนขับ เมื่อลงวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๑๕ นายจำลองขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน ล.บ.๐๖๐๓๕ บรรทุกดินไปตามถนนคันคลองชลประทานจากอำเภอบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มุ่งหน้าไปจังหวัดลพบุรี ตามหลังรถยนต์โดยสารคันหนึ่ง ขณะนั้นมีรถยนต์บรรทุก ๑๐ ล้อ อีกหนึ่งคันแซงรถยนต์คันที่นายจำลองเป็นผู้ขับทำให้เกิดฝุ่นฟุ้งตลบมองไม่เห็นทางซึ่งเป็นที่คับขัน โดยความประมาทนายจำลองได้ขับรถแซงรถยนต์โดยสารคันดังกล่าวและขับกินทางขวามากเกินไปเข้าไปในเส้นทางของรถยนต์ที่สวนมาเป็นเหตุให้รถยนต์ที่นายจำลองขับรถยนต์ชนโจทก์ซึ่งนายบุญเรือนขับแล่นสวนมา นายบุญเรือนถึงแก่ความตาย รถโจทก์พังเสียหายใช้การไม่ได้ ขอให้บังคับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๕๒,๑๔๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยฯ จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.ท.ป.๑๔๕๗ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง นายจำลองไม่ใช่ลูกจ้างจำเลยและขณะเกิดเหตุก็ไม่ได้ทำการในกิจการของจำเลย เหตุที่รถยนต์ชนกันเป็นเพราะความประมาทของนายบุญเรือน จำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ค่าเสียหายไม่เกิน ๔,๐๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๔๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โจทก์ฎีกาคัดค้านการยื่นฎีกาของจำเลยว่า คดีมีทุนทรัพย์ ๔๐,๐๐๐ บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๔๘ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๖ ฎีกาของจำเลยเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด จึงต้องห้ามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยในมูลละเมิดเป็นเงิน ๕๒,๑๔๐ บาท คดีจึงมีทุนทรัพย์ ๕๒,๑๔๐ บาท ไม่ใช่ทุนทรัพย์ ๔๐,๐๐๐ บาทเท่าที่ศาลล่างพิพากษาให้จำเลยชดใช้คดีจึงมิต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามกฎหมายที่โจทก์อ้าง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1825/2519 กรมส่งเสริมสหกรณ์ โจทก์ พันตรีสุนทร จำเนียรไวย ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมส่งเสริมสหกรณ์ · ล. - พันตรีสุนทร จำเนียรไวย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ล้วน นิลกำแหง · วิทูร เทพพิทักษ์ · ประถม วิเชียรเนตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายดำรง สายเชื้อ · ศาลอุทธรณ์ - นายจังหวัด แสงแข
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 746-750/2538ฎีกา 506/2507ฎีกา 44/2539ฎีกา 1645/2499ฎีกา 606/2489ฎีกา 909/2490ฎีกา 840/2537ฎีกา 2540/2539ฎีกา 3269/2537ฎีกา 1478/2523ฎีกา 5369/2537ฎีกา 2596/2544ฎีกา 1537/2482ฎีกา 2073/2538ฎีกา 9686/2539ฎีกา 38/2549ฎีกา 1533/2519ฎีกา 1056/2492ฎีกา 943/2520ฎีกา 1203/2549ฎีกา 401/2481ฎีกา 3552/2539ฎีกา 2662/2538ฎีกา 7578/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา