คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 462/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ลูกหนี้ซึ่งมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนโอนทรัพย์สินให้เจ้าหนี้ตามสัญญา หากไปจดทะเบียนจำนองทรัพย์สินนั้นให้บุคคลภายนอก โดยรู้ว่าจะเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ เจ้าหนี้ย่อมมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนจำนองนั้นได้ หากผู้รับจำนองรู้ข้อเท็จจริงอันเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ
ย่อคำพิพากษา
ไม่ว่าโจทก์จะเป็นบุคคลผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของโจทก์ได้ก่อนหรือไม่ แต่ด้วยอำนาจแห่งมูลหนี้ซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 กระทำให้จำเลยที่ 1 ผู้เป็นลูกหนี้มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนโอนขายที่พิพาทให้แก่โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามสัญญา แต่จำเลยที่ 1 กลับไปจดทะเบียนจำนองที่พิพาทให้จำเลยที่ 2 ย่อมถือว่าจำเลยที่ 1 ผู้เป็นลูกหนี้ได้กระทำโดยรู้อยู่ว่าจะเป็นทางให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบ เมื่อโจทก์อ้างว่าจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้รับจำนองที่พิพาทไว้โดยรู้ข้อเท็จจริงอันเป็นทางให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนจำนองเสียได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พ.ท. ม.ร.ว.มาลานุวัต จักรพันธุ์ · จำเลย - นายเติม ทับทิมทอง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สนับ คัมภีรยส · สุธี ชอบธรรม · สมชัย ทรัพยวณิช |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา