⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 565/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 565/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิจารณาว่าคู่ความมีสิทธิฎีกาได้หรือไม่เพียงใด ให้พิจารณาตามบทกฎหมายและสิทธิในวันยื่นฎีกาเป็นสำคัญ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยพิพาทกันด้วยเรื่องที่ดินราคา 5,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย และศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2518 โจทก์ฎีกาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์โดยยื่นเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2518 อันเป็นวันก่อนพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 มีผลบังคับ การพิจารณาว่าคู่ความมีสิทธิฎีกาได้หรือไม่เพียงไรนั้น ต้องพิจารณาตามบทกฎหมายและสิทธิในวันยื่นฎีกาเป็นสำคัญ ฎีกาโจทก์จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ซึ่งใช้อยู่ในวันยื่นฎีกา (อ้างตามคำพิพากษาฎีกาที่ 542/2500)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2499 ม.24 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2499 ม.25 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2518 ม.2 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2518 ม.6

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปปลูกโรง ๑ หลัง ในที่ของโจทก์ซึ่งมีราคา ๕,๐๐๐ บาท ขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยรื้อถอนโรงดังกล่าว และห้ามเกี่ยวข้องกับที่พิพาท จำเลยให้การว่า จำเลยครอบครองที่พิพาทมาเกิน ๑๐ ปี ที่พิพาทเป็นของจำเลย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นฟังว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์จำเลยพิพาทกันด้วยเรื่องที่ดินราคา ๕,๐๐๐ บาท โดยจำเลยต่อสู้ว่าเป็นที่ดินของจำเลย ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย พิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๘ โจทก์ได้ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๑๘ อันเป็นวันก่อนพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๘ มีผลบังคับ โดยยื่นฎีกาว่า ตามพยานหลักฐานฟังได้ว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ อันเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ในวันเดียวกันว่า "รับฎีกา สำนวนให้จำเลย ให้โจทก์นำส่งสำเนาฎีกาภายในกำหนด ๑๕ วัน มิฉะนั้นถือว่าโจทก์ทิ้งฎีกา" เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ และจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าพันบาท เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกาในข้อเท็จจริง เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ ซึ่งใช้อยู่ในวันยื่นฎีกา และคดีไม่มีเหตุยกเว้นให้ฎีกาได้ตามมาตราดังกล่าว การพิจารณาว่าคู่ความมีสิทธิฎีกาได้หรือไม่เพียงไรต้องพิจารณาตามบทกฎหมายและสิทธิในในวันยื่นฎีกาเป็นสำคัญ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๕๔๒/๒๕๐๐ ระหว่างนายยิ้น เนื่องจำนงค์ (หม้าย) โจทก์ นายหิรัญ เทศสวัสดิ์ จำเลย ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์จึงเป็นการไม่ชอบ พิพากษาให้ยกฎีกาของโจทก์ ค่าขึ้นศาลและค่าคำบังคับในชั้นนี้ให้คืนไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 565/2519 นางทองพิมพ์ จิตรภิรมย์ โจทก์ นายพรหมสี ผุดโรย ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางทองพิมพ์ จิตรภิรมย์ · ล. - นายพรหมสี ผุดโรย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุธี ชอบธรรม · สนับ คัมภีรยส · ขจร หะวานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชุมพร - นายประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายไพศาล วิบุลศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 1022/2551ฎีกา 2812/2539ฎีกา 1030/2509ฎีกา 2186/2550ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 891/2510ฎีกา 8108/2542ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1733/2498ฎีกา 581/2502ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 6058/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 142/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา