คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1124/2520
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ของที่เตรียมไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด ถือเป็นของที่พึงริบได้ตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
กางเกงขายาวของกลางที่เจ้าพนักงานยึดได้พร้อมกางเกงขายาวที่ติดเครื่องหมายการค้าปลอม และแผ่นป้ายเครื่องหมายการค้าปลอม แม้จะยังไม่ได้ติดเครื่องหมายการค้าปลอม ก็ถือได้ว่าเป็นกางเกงที่เตรียมรอติดเครื่องหมายการค้าปลอม จึงเป็นของที่จำเลยมีไว้ด้วยเจตนาเพื่อใช้ในการกระทำความผิด พึงริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ปลอมเครื่องหมายการค้าโรบัคและเครื่องหมายการค้า พี.เจ.ปีเตอร์แอนด์จินนี่ อันเป็นเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น ซึ่งได้จดทะเบียนต่อกรมทะเบียนการค้าสำหรับสินค้าประเภทเครื่องนุ่งห่มและแต่งกาย จำเลยได้เอารูปชื่อเครื่องหมายการค้าที่จำเลยปลอมขึ้นดังกล่าวไปใช้กับกางเกงขายาวที่จำเลยตัดเย็บขึ้นจำหน่าย เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสิ้นค้าตามเครื่องหมายการค้าชนิดนั้น เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมกางเกงขายาวที่ติดเครื่องหมายการค้าปลอม ๑๑๓ ตัว และที่เตรียมรอติดเครื่องหมายการค้าอีก ๔๐๔ ตัว แผ่นป้ายเครื่องหมายการค้าปลอมสำหรับใช้ติดเสื้อกางเกง ฯลฯ อันเป็นของที่จำเลยทำขึ้นโดยผิดกฎหมาย และมีไว้สำหรับใช้ในการกระทำผิดเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๒, ๒๗๓, ๓๓ และริบของกลาง
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๒ จำคุก ๑ เดือน ปรับ ๑,๐๐๐ บาท และผิดตามมาตรา ๒๗๓ จำคุก ๒ เดือน ปรับ ๒,๐๐๐ บาท รวมเป็นจำคุก ๓ เดือน ปรับ ๓,๐๐๐ บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา ๗๖ คงจำคุก ๑ เดือน ๑๕ วัน ปรับ ๑,๕๐๐ บาท โทษจำคุกรอไว้ ๑ ปี ของกลางริบ
จำเลยอุทธรณ์ว่า กางเกงขายาว ๔๐๔ ตัว ที่ยังไม่ได้ติดเครื่องหมายการค้าปลอมไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิด ขอให้คืน
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยในปัญหาที่ว่าจะควรริบกางเกงขายาวของกลาง ๔๐๔ ตัวหรือไม่ว่า แม้กางเกงขายาวเหล่านี้จะยังไม่ได้ติดเครื่องหมายการค้าปลอม แต่ก็เป็นของที่เจ้าพนักงานยึดไว้ได้พร้อมกางเกงขายาวที่ติดเครื่องหมายการปลอมแล้ว และแผ่นป้ายเครื่องหมายการค้าปลอม ฟังได้ว่าเป็นกางเกงที่เตรียมรอติดเครื่องหมายการค้าปลอมดังที่โจทก์กล่าวไว้ในฟ้อง จึงเป็นของที่จำเลยมีไว้ด้วยเจตนาเพื่อใช้ในการกระทำความผิด พึงริบเสียได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ (๑)
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1124/2520
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายเม่งไถ่ แซ่จัง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายเม่งไถ่ แซ่จัง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุดม ทันด่วน · ชลอ จามรมาน · โสพิทย์ คังคะเกตุ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงธนบุรี - นายจรัญ หัตถกรรม · ศาลอุทธรณ์ - นายนิยม ติวุตานนท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา