⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1903/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1903/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
อาวุธปืนตามกฎหมายไม่จำเป็นต้องใช้ยิงได้ และส่วนประกอบสำคัญที่รัฐมนตรีกำหนดก็ถือเป็นอาวุธปืน การมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตมีความผิด แม้ปืนนั้นจะไม่อาจใช้ยิงทำอันตรายได้ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 4 (1) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย ฉบับที่ 3 พ.ศ.2501 มาตรา 3 บัญญัติว่า "อาวุธปืนหมายความรวมตลอดถึงอาวุธทุกชนิดซึ่งใช้ส่งเครื่องกระสุนปืนโดยวิธีระเบิดหรือกำลังดันของแกส หรืออัดลม หรือเครื่องกลไกอย่างใดซึ่งต้องอาศัยอำนาจของพลังงาน และส่วนหนึ่งส่วนใดของอาวุธปืนนั้น ๆ ซึ่งรัฐมนตรีเห็นว่าสำคัญและได้ระบุไว้ในกฏกระทรวง" มิได้บัญญัติว่าอาวุธปืนจะต้องใช้ยิงได้หรือจะเป็นอาวุธปืนและแม้ส่วนหนึ่งส่วนใดที่รัฐมนตรีเห็นว่าสำคัญ และได้ระบุไว้ในกฏกระทรวงก็ถือว่าเป็นอาวุธปืนด้วย ดังนั้น การที่จำเลยมีปืนพกสั้นออโตเมติก ชนิดประกอบขึ้นเองขนาด .22 ไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ แม้ปืนดังกล่าวไม่อาจใช้ยิงทำอันตรายแก่ชีวิตและวัตถุได้ จำเลยก็มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 7 และปืนดังกล่าวเป็นอาวุธโดยสภาพ เมื่อจำเลยพาไปในเมืองและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ด้วย (วินิจฉัยโดยมติที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 4/2520)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.4 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2501 ม.3 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2510 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนพกสั้นออโตมติกชนิดประกอบขึ้นเองขนาด .๒๒ ไม่มีหมายเลขทะเบียนของนายทะเบียน ไม่อาจใช้ยิงทำอันตรายแก่ชีวิตและวัตถุได้ จำนวน ๑ กระบอก และมีกระสุนปืนลูกกรดขนาด .๒๒ จำนวน ๗ นัด ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ และจำเลยพกอาวุธปืนกับกระสุนปืนดังกล่าวไปในเมืองที่บริเวณศูนย์การค้าสยาม และในถนนพระราม ๑ ทางสาธารณะโดยมีเหตุอันสมควรขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ ; (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๑๐ มาตรา ๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑, ๙๑ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๒ ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้ปรับ ๒๐๐ บาท จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ ๑๐๐ บาท ปืนที่โจทก์ฟ้องไม่มีสภาพเป็นอาวุธปืน ให้ยกฟ้องโจทก์ฐานมีอาวุธปืนและพกพาอาวุธปืน โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๔ (๑) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ ๓ พ.ศ.๒๕๐๑ มาตรา ๓ บัญญัติว่า "อาวุธปืนหมายความรวมตลอดถึงอาวุธทุกชนิดซึ่งใช้ส่งเครื่องกระสุนปืนโดยวิธีระเบิดหรือกำลังดันของแกสหรืออัดลม หรือเครื่องกลไกอย่างใดซึ่งต้องอาศัยอำนาจของพลังงาน และส่วนหนึ่งส่วนใดของอาวุธนั้น ๆ ซึ่งรัฐมนตรีเห็นว่าสำคัญและได้ระบุไว้ในกฏกระทรวง ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่าตามตัวบทที่ยกมาดังกล่าวแล้ว มิได้บัญญัติว่าอาวุธปืนจะต้องใช้ยิงได้จึงจะเป็นอาวุธปืน และแม้ส่วนหนึ่งส่วนใดที่รัฐมนตรีเห็นว่าสำคัญและได้ระบุไว้ในกฏกระทรวงก็ถือว่าเป็นอาวุธปืนด้วย การที่จำเลยมีอาวุธปืนตามฟ้องไว้ในความครอบครอง จึงเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายดังที่โจทก์ฟ้อง ปัญหาต่อไปมีว่า การที่จำเลยพาปืนของกลางตามฟ้องไปในเมืองและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร จำเลยจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ หรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่าปืนของกลางเป็นปืนพกสั้นออโตเมติก ชนิดประกอบขึ้นเอง ขนาด .๒๒ แม้ปืนดังกล่าวจะใช้ยิงไม่ได้แต่ก็เป็นอาวุธโดยสภาพ จำเลยจึงมีความผิดตามมาตรา ๓๗๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญาตามที่โจทก์ฟ้อง พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๗,๗๒ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๑๐ มาตรา ๓ ให้จำคุก ๖ เดือน ปรับ ๑,๐๐๐ บาท กับมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ ให้ปรับ ๑๐๐ บาท รวมเป็นโทษจำคุก ๖ เดือน ปรับ ๑,๑๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของศาล เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย ๓ เดือน ปรับ ๕๕๐ บาท โทษจำคุกเห็นว่าจำเลยมีอายุเพียง ๑๙ ปี กำลังเป็นนักเรียนจึงให้รอการลงโทษจำเลยไว้มีกำหนด ๒ ปี คงปรับอย่างเดียว หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ริบของกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1903/2520 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายพิมล ลมัยพันธ์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายพิมล ลมัยพันธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนับ คัมภีรยส · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · สมชัย ทรัพยวณิช
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายจรัญ สำเร็จประสงค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 456/2506ฎีกา 2639-2641/2517ฎีกา 9114/2552ฎีกา 729/2508ฎีกา 180/2554ฎีกา 1400/2538ฎีกา 391/2509ฎีกา 1336/2553ฎีกา 1908/2528ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2279/2515ฎีกา 2024/2531ฎีกา 1875/2547ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 4009/2566ฎีกา 1373/2553ฎีกา 4534/2531ฎีกา 3245/2545ฎีกา 18654/2555ฎีกา 738/2536ฎีกา 831/2532ฎีกา 5090/2565ฎีกา 5164/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา