⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 608/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 608/2520

ป.วิ.แพ่ง ม.248

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ หรือมิได้ยกข้อโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาที่ก่อให้เกิดสิทธิอยู่บนอสังหาริมทรัพย์ ถือเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งได้บุกรุกเข้าปลูกอาคารในที่ดินของโจทก์ เทียบเคียงกับที่ดินบริเวณใกล้เคียงที่โจทก์ให้จำเลยเช่า พอฟังได้ว่าที่ดินพิพาทให้เช่าได้เดือนละ 16 บาทเศษ จำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ หรือมิได้ยกข้อโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาที่ก่อให้เกิดสิทธิอยู่บนอสังหาริมทรัพย์ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ขับไล่จำเลย คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดิน จำเลยบุกรุกเข้ามาปลูกสร้างอาคารไม้สองชั้น รวมเนื้อที่ ๖๕.๕๐ ตารางเมตร ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยเช่าที่พิพาท ไม่ได้บุกรุก ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้อง จำเลยปลูกอาคารผิดเงื่อนไขสัญญาที่จำเลยเช่าที่ดินจากโจทก์ โจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้ พิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาท และรื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างออกไป จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า จำเลยปลูกอาคารพิพาทในที่ดินที่เช่าจากโจทก์ ไม่เป็นการบุกรุก ไม่เป็นละเมิด ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งได้บุกรุกเข้าไปปลูกอาคารพิพาทในที่ดินของโจทก์เป็นเนื้อที่ ๖๕.๕๐ ตารางเมตร เทียบเคียงกับที่ดินบริเวณใกล้เคียงที่โจทก์ได้ให้จำเลยเช่าปลูกสร้างโรงเรียน โจทก์คิดค่าเช่าตารางเมตรละ ๓ บาทต่อปี พอฟังได้ว่า เฉพาะที่พิพาทนี้อาจให้เช่าได้ปีละ ๑๙๖ บาท ๕๐ สตางค์ เฉลี่ยแล้วตกเดือนละ ๑๖ บาทเศษ จำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ หรือมิได้ยกข้อโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาที่ก่อให้เกิดสิทธิอยู่บนอสังหาริมทรัพย์ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ขับไล่จำเลย และข้อที่จำเลยฎีกาขึ้นมานั้นเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้ พิพากษายกฎีกาของจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 608/2520 การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยนายทวน สริกขกานนท์ ผู้ว่าการ โจทก์ นางรุ่งเรือง ตราชู ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยนายทวน สริกขกานนท์ ผู้ว่าการ · ล. - นางรุ่งเรือง ตราชู
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพโรจน์ ไวกาสี · รื่น วิไลชนม์ · ประเสริฐ วราภรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกบินทร์บุรี - นายเพี้ยน พุทธสุอัตตา · ศาลอุทธรณ์ - นายภักดิ์ บุณยภักดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5302/2548ฎีกา 1015/2509ฎีกา 824/2519ฎีกา 3314/2549ฎีกา 1590/2513ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 1229/2545ฎีกา 2812/2539ฎีกา 3231/2557ฎีกา 13566/2558ฎีกา 1030/2509ฎีกา 817/2490ฎีกา 1339/2543ฎีกา 8732/2549ฎีกา 2186/2550ฎีกา 891/2510ฎีกา 825/2509ฎีกา 6058/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 142/2530ฎีกา 2290/2535ฎีกา 5911-5913/2533ฎีกา 1783/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา