⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › ค้นฎีกา › ฎีกา 1516/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1516/2522

ป.วิ.แพ่ง ม.254

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การปิดกั้นทางสาธารณะที่ทำให้เจ้าของที่ดินข้างเคียงได้รับความเดือดร้อนเกินสมควร แม้จะอ้างว่าตนเองได้รับความเสียหายเล็กน้อย ก็ไม่อาจกระทำการได้.

ย่อคำพิพากษา

คดีพิพาทว่าจำเลยปิดทางสาธารณะ โจทก์เดือดร้อนนำรถเข้าออกไม่ได้ ไม่อาจใช้คลองแทนได้ จำเลยเสียหายเล็กน้อยซึ่งแก้ไขได้หากเปิดทางให้เดินระหว่างพิจารณา ศาลไม่เลิกคำสั่งที่ให้จำเลย เปิดทางจนกว่าคดีถึงที่สุด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.254

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.254 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นสั่งห้ามจำเลยปิดทางพิพาทจนกว่าคดีถึงที่สุด และยกคำขอที่จำเลยขอให้ยกเลิกคำสั่งเดิม ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ในประเด็นที่จำเลยฎีกาว่า ทางพิพาทเป็นทางสาธารณะหรือไม่นั้น ศาลฎีกาเห็นว่ายังไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย เพราะว่าคดีอยู่ในชั้นไต่สวนเพื่อให้ศาลมีคำสั่งเพื่อคุ้มครองตามวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 254(2) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเท่านั้น สำหรับประเด็นที่ว่า มีเหตุเพียงพอที่จะยกเลิกคำสั่งคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์หรือไม่นั้น ปรากฏทางไต่สวนและรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นที่ไปเผชิญสืบทางพิพาทว่า ทางพิพาทมีความยาวตั้งแต่ถนนสุขาภิบาลจนถึงคลองแสนแสบ มีความกว้างขนาดรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่แล่นเข้าออกได้ สภาพของทางพิพาทเป็นดินปนหิน โจทก์ทั้งสี่เดินเข้าออกและใช้รถขนข้าวสารและขนมเข้าออกมาตั้งแต่ พ.ศ. 2517 ก่อนที่จำเลยทั้งสองซื้อที่ดินบริเวณนั้นจากนางประเทือง พยัฆวิเชียร เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2520ครั้นถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2520 จำเลยได้ใช้ไม้ปิดกั้นขวางทางพิพาทตรงที่จะออกถนนสุขาภิบาล และกั้นขวางตามแนวที่ดินหน้าบ้านของโจทก์ทั้งสี่ ทำให้รถยนต์เข้าออกไม่ได้ สำหรับผู้ที่จะเดินเข้าออกบ้านของโจทก์จะต้องก้มศีรษะ ได้ความดังกล่าวมา ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ทั้งสี่ย่อมได้รับความเดือดร้อนเพราะไม่อาจจะใช้รถยนต์แล่นเข้าออกจากที่ดินไปสู่ถนนสาธารณะได้ การเข้าออกจากบ้านสู่ทางพิพาทก็ไม่ได้รับความสะดวกตามสมควรในระยะเวลาที่จำเลยทำรั้วปิดกั้นทางพิพาทในระหว่างการพิจารณาคดี คำฟ้องที่โจทก์ยื่นและในโอกาสที่ยื่นคำขอนั้นมีเหตุอันสมควร และมีเหตุเพียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาตามขอมาใช้ได้ ที่จำเลยฎีกาว่า หากศาลมีคำสั่งให้เปิด (ที่ถูกเป็นปิด) ทางพิพาทแล้ว โจทก์ทั้งสี่ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใดเนื่องจากมีที่ดินติดคลองบางเตย คลองแสนแสบซึ่งเป็นทางสาธารณะประโยชน์และสามารถเดินเข้าออกสู่ถนนสุขาภิบาล 2 ได้นั้น เห็นว่าการเขาออกจากที่อยู่อาศัยสู่ถนนสาธารณะเพื่อประกอบธุรกิจจำเป็นต้องใช้ยานพาหนะในบางโอกาสและในเรื่องนี้บางครั้งอาจจะไปทางคลองบางเคยหรือคลองแสนแสบไม่ได้ส่วนที่จำเลยว่าถ้าเปิดทางพิพาททำให้ทางเสียหาย และทรัพย์สินของจำเลยสูญหาย ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ที่ว่า หากทางพิพาทจะเกิดความเสียหายก็เพียงเล็กน้อยและจำเลยมีทางแก้ไขบรรเทาผลร้ายเรื่องทรัพย์สินหายได้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1516/2522 นายธีรชัย ธนากรไพศาล กับพวก โจทก์ นายเลื่อน เครือคล้าย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายธีรชัย ธนากรไพศาล กับพวก · จำเลย - นายเลื่อน เครือคล้าย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพียร ศรีอรุณ · วิทูร เทพพิทักษ์ · ไพบูลย์ ไวกาสี
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1145/2494ฎีกา 9028/2542ฎีกา 3801/2536ฎีกา 952/2539ฎีกา 920/2524ฎีกา 1109/2510ฎีกา 1068/2522ฎีกา 1343/2538ฎีกา 2929/2517ฎีกา 6619/2545ฎีกา 3883-3884/2559ฎีกา 778/2503ฎีกา 5497/2534ฎีกา 1267/2527ฎีกา 3194/2540ฎีกา 2574/2519ฎีกา 1947/2539ฎีกา 585/2545ฎีกา 6093/2534ฎีกา 4743/2543ฎีกา 256/2537ฎีกา 1343/2535ฎีกา 1228/2538ฎีกา 1116/2503
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา