⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2473/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2473/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาเช่ามีผลนับแต่เวลาที่ไปถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง แม้จะส่งมอบให้บุคคลอื่นรับแทน ณ ภูมิลำเนาของคู่กรณีนั้นก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

เจ้าหน้าที่ของโจทก์ได้ส่งหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าให้นางสาว จ. ซึ่งอยู่ในห้องเช่าอันเป็นภูมิลำเนาของจำเลย รับไว้แทนจำเลยแล้ว ถือได้ว่าการแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาของโจทก์ไปถึงจำเลยซึ่งเป็นคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งและมีผลนับแต่เวลาที่ไปถึงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 130 วรรคแรก โจทก์บอกเลิกสัญญาโดยชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.130 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาเช่าอาคารจากโจทก์ แล้วให้นางสาว จ.เข้ามาอยู่อาศัยในห้องเช่าดังกล่าวแทนจำเลย อันเป็นการผิดสัญญาเช่า สัญญาเช่าสิ้นสุดลงทันทีตามข้อตกลงในสัญญาเช่า และโจทก์ยังได้มีหนังสือแจ้งบอกเลิกการเช่าส่งไปยังจำเลยอีก จำเลยได้ทราบการบอกเลิกสัญญาเช่าแล้วไม่ปฏิบัติตาม จึงขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกไปจากห้องเช่า จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้รับหนังสือบอกเลิกการเช่าของโจทก์เพราะโจทก์เอาไปส่งให้แก่นางสาว จ. ซึ่งเป็นปรปักษ์กับจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากห้องเช่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า สัญญาการเช่าสิ้นสุดลงทันทีโดยโจทก์มิต้องบอกกล่าวหรือบอกเลิกการเช่าอีก พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์ยกประเด็นที่ว่าสัญญาเช่าตามข้อตกลงในสัญญาเช่าระงับโดยมิต้องบอกกล่าวเลิกสัญญาขึ้นวินิจฉัย ไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณา เพราะศาลชั้นต้นทำการชี้สองสถานโดยมิได้กำหนดประเด็นดังกล่าไว้ ส่วนปัญหาข้อกฎหมายที่ว่านางสาว จ. ผู้รับหนังสือบอกกล่าวเลิกสัญญา เป็นปรปักษ์กับจำเลย ไม่ได้บอกหรือส่งหนังสือบอกกล่าวเลิกสัญญาให้กับจำเลย การแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่มีผลนั้น เห็นว่าข้อเท็จจริงยุติตามที่ศาลชั้นต้นรับฟังมาว่า เจ้าหน้าที่ของโจทก์ได้ส่งหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าคดีนี้ นางสาว จ. ซึ่งอยู่ในห้องเช่าอันเป็นภูมิลำเนา ของจำเลยรับไว้แทนจำเลยแล้ว ดังนี้ ถือได้ว่าการแดสงเจตนาบอกเลิกสัญญาของโจทก์ไปถึงจำเลยซึ่งเป็นคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งและมีผลนับแต่เวลาที่ไปถึง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐ วรรคแรก ข้ออ้างของจำเลยหาทำให้การแสดงเจตนาของโจทก์ไม่มีผลไม่ โจทก์บอกเลิกสัญญาโดยชอบแล้ว พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2473/2522 การเคหะแห่งชาติ โจทก์ นายไพรวัลย์ จันทนวรางกูร ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - การเคหะแห่งชาติ · ล. - นายไพรวัลย์ จันทนวรางกูร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนัคฆ์ คล้ายสังข์ · วิถี ปานะบุตร · ไพบูลย์ เพียรรู้จบ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายบุญทรง เค้าไพบูลย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวุฒิ ยุววิทยาพานิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 608/2491ฎีกา 1364/2503ฎีกา 3796/2540ฎีกา 1746/2522ฎีกา 472/2526ฎีกา 408/2548ฎีกา 591/2531ฎีกา 317/2489ฎีกา 2494/2553ฎีกา 2821/2522ฎีกา 1929/2537ฎีกา 2409/2551ฎีกา 654/2541ฎีกา 3117/2535ฎีกา 540/2535ฎีกา 8477/2540ฎีกา 8367/2547ฎีกา 6239/2551ฎีกา 763/2484ฎีกา 42/2516ฎีกา 1397/2544ฎีกา 8509/2551ฎีกา 2009/2515ฎีกา 5434/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา