⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2865/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2865/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่สัญญาแสดงเจตนาเลิกสัญญาโดยปริยาย จำเลยต้องคืนเงินที่รับไว้แก่โจทก์ โดยหักค่าเสียหายที่โจทก์ก่อให้เกิดขึ้นจากการใช้ทรัพย์สินของจำเลยไปแล้ว

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขายเรือยนต์แก่โจทก์ โจทก์ชำระราคาเป็นงวด ๆ จำเลยยึดเรือคืนจากโจทก์ โจทก์ปฏิเสธว่าไม่มีหน้าที่ชำระราคาและไม่เรียกเรือกลับคืน เป็นเจตนาเลิกสัญญากันแล้ว จำเลยต้องคืนราคาที่รับไปแก่โจทก์โดยหักเงินเป็นค่าที่โจทก์ได้ใช้เรือของจำเลยมาแล้วออก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

จำเลยขายเรือยนต์แก่โจทก์ โจทก์ชำระราคาไปแล้วรวม 200,000 บาทยังไม่ครบ จำเลยยึดเรือจากโจทก์ โจทก์เรียกเงินคืนจากจำเลย ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยคืนเงิน 100,000 บาท กับดอกเบี้ย และคืนเช็คที่ยังไม่ได้จ่ายเงินแก่โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยข้อแรกมีว่าสัญญาซื้อขายเรือยนต์ตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้อง หรือตามเอกสารหมาย ล.1จะมีผลใช้บังคับแก่คู่สัญญาได้เพียงใดหรือไม่นั้น เห็นว่าตามข้อตกลงสัญญาดังกล่าวจำเลยตกลงขายเรือยนต์พร้อมเครื่องจักรดีเซลให้โจทก์ในราคา 530,000บาท ส่วนการชำระเงิน โจทก์ตกลงชำระด้วยเช็คสั่งจ่ายลงวันที่ล่วงหน้าแต่ละเดือนและแต่ละฉบับรวม 29 ฉบับ หากผิดนัดการชำระเงินตามเช็คงวดใด ให้ถือว่าเป็นการผิดนัดชำระหนี้ทั้งหมด นอกจากโจทก์จะให้สิทธิจำเลยฟ้องร้องขอบังคับแก่การชำระหนี้ได้แล้ว ยังมีข้อตกลงให้จำเลยมีสิทธิที่จะเรียก เบี้ยปรับและค่าเสียหายตามที่ได้ระบุไว้ได้อีกโสดหนึ่งด้วยก็ตาม แต่ตามพฤติการณ์ที่จำเลยส่งมอบเรือให้โจทก์ไปก่อน ต่อมาไปยึดเรือกลับคืนโดยพลการ ไม่ใช้สิทธิตามสัญญาแสดงเจตนาของจำเลยว่าไม่ต้องการจะบังคับตามสัญญาต่อไป ส่วนโจทก์ก็ปฏิเสธว่าไม่มีหน้าที่ชำระราคาเรือให้จำเลย และมิได้ฟ้องเรียกร้องเอาเรือคืนเท่ากับทั้งสองฝ่ายเจตนาเลิกสัญญากันแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจักต้องกลับคืนฐานะเดิมโดยจำเลยต้องคืนเงินที่รับไปให้แก่โจทก์ และโจทก์ต้องใช้ค่าที่ได้ใช้เรือก่อนมีการเลิกสัญญา ซึ่งศาลล่างทั้งสองกำหนดให้เป็นเงิน 100,000บาทนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ส่วนปัญหาว่าจำเลยรับชำระเงินค่าซื้อเรือยนต์จากโจทก์ไว้แล้วเท่าใดนั้นเห็นว่านอกจากเงินตามเช็คที่จำเลยรับไปแล้ว 95,000 บาท จำเลยนำสืบรับว่าได้นำเช็คค่าซื้อเรือของโจทก์ไปชำระหนี้คนอื่นถึง 7 ฉบับ เป็นเช็คฉบับละ 20,000บาท 5 ฉบับ เช็คฉบับละ 15,000 บาทอีก 2 ฉบับ รวมแล้วเป็นเงินถึง 130,000 บาทอันเจือสมข้อนำสืบโจทก์ฟังได้ว่า จำเลยได้รับเงินค่าเรือไปจากโจทก์แล้วเป็นเงินถึง 200,000 บาทเศษ ซึ่งจำนวนที่ว่านี้ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยศาลล่างทั้งสองว่าเมื่อหักค่าที่โจทก์รับผลประโยชน์จากการได้ใช้เรือระหว่างที่อยู่กับโจทก์เป็นเวลา22 เดือน เป็นเงิน 100,000 บาทออกแล้ว ส่วนที่เหลืออีก 100,000 บาท นั้นให้คืนแก่โจทก์ไป" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2865/2522 นางประนอม มดทอง กับพวก โจทก์ นายส้วน สุริยะวิภาดา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางประนอม มดทอง กับพวก · จำเลย - นายส้วน สุริยะวิภาดา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท อังศุสิงห์ · มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สันติ์ ธีรนิติ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 608/2491ฎีกา 1364/2503ฎีกา 3796/2540ฎีกา 1746/2522ฎีกา 472/2526ฎีกา 408/2548ฎีกา 591/2531ฎีกา 317/2489ฎีกา 2494/2553ฎีกา 2821/2522ฎีกา 1929/2537ฎีกา 2409/2551ฎีกา 654/2541ฎีกา 540/2535ฎีกา 8477/2540ฎีกา 8367/2547ฎีกา 6239/2551ฎีกา 763/2484ฎีกา 42/2516ฎีกา 1397/2544ฎีกา 8509/2551ฎีกา 2009/2515ฎีกา 5434/2536ฎีกา 3059/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา