⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3186/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3186/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เช่าซื้อนำรถยนต์ออกนอกเขตที่ระบุโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือ ไม่ถือเป็นข้อสัญญาที่สำคัญอันจะทำให้ผู้ให้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาได้ หากผู้ให้เช่าซื้อทราบเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วแต่ไม่ทักท้วง

ย่อคำพิพากษา

สัญญาเช่าซื้อกำหนดว่า ถ้านำรถยนต์ออกนอกเขตที่ระบุต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือ ผิดสัญญาข้อนี้เลิกสัญญาได้แต่ข้อนี้ไม่ใช่ข้อสำคัญตามที่ มาตรา 574 บัญญัติไว้เป็นพิเศษและผู้ให้เช่าซื้อทราบเหตุนี้แล้วก็ไม่ทักท้วง จึงไม่ถือว่าผู้เช่าซื้อผิดสัญญา สัญญาเช่าซื้อรถยนต์ระบุว่า ชำระเงินแล้ว 45,000 บาทผู้ให้เช่าซื้อนำสืบพยานบุคคลอธิบายได้ว่า ความจริงชำระ 25,000 บาท วันหลังจึงชำระอีก 20,000 บาท แต่ศาลไม่เชื่อว่าเป็นความจริงตามที่นำสืบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.574

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยมอบและโอนทะเบียนรถยนต์แก่โจทก์ หากไม่โอนให้จำเลยใช้เงิน 78,500 บาท กับดอกเบี้ยแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ให้โจทก์ใช้เงิน 10,500 บาท กับดอกเบี้ยแก่จำเลย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาว่า ฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิดสัญญาเช่าซื้อและจะต้องรับผิดต่อกันหรือไม่เพียงใด เห็นว่าในเบื้องแรกคู่ความนำสืบรับกันว่าสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.2 เขียนไว้ว่า ผู้เช่าซื้อยินยอมชำระเงินให้แก่ผู้เช่าซื้อในวันทำสัญญานี้เป็นเงิน 45,000 บาท จำเลยได้นำสืบต่อไปว่าในวันทำสัญญานั้นโจทก์จ่ายเงินให้เพียง 25,000 บาท ไม่ครบตามยอดเงินที่เขียนไว้ในสัญญา แต่ได้ขอผัดชำระในเดือนถัดไปคือเดือนกุมภาพันธ์ 2519 ครั้งถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2519จำเลยจึงได้รับเงินครบตามจำนวนที่ค้าง โดยได้บันทึกข้อความหลังเอกสารสัญญาเช่าซื้อหมาย จ.2 ว่า วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2519 ได้มาเอาเงินอีก 20,000 บาทแล้วลงชื่อจำเลยทั้งสองเป็นผู้รับเงิน และลงชื่อโจทก์กับสามีโจทก์เป็นผู้จ่ายเงินการนำสืบของจำเลยดังกล่าวเป็นการนำสืบอธิบายข้อความในเอกสารหมาย จ.2มิใช่เป็นการนำสืบพยานบุคคลอันเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข) แต่การนำสืบของจำเลยดังกล่าวแม้จะมีสิทธิสืบได้ แต่ก็มีข้อพิรุธ" ฯลฯ "ถือไม่ได้ว่าโจทก์ผิดนัดไม่ชำระเงินค่างวด จำเลยยังไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญา ส่วนข้ออ้างของจำเลยที่ว่าโจทก์ฝ่าฝืนสัญญาข้อ 5 เพราะสัญญากำหนดว่าในระหว่างที่ผู้เช่าซื้อยังชำระไม่เสร็จสิ้นนั้น ผู้เช่าซื้อสัญญาว่าจะใช้ทรัพย์ที่เช่าซื้อนี้ในเขตอำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ถ้าจะเอาออกนอกเขตต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้เช่าซื้อก่อน ถ้าผู้เช่าซื้อละเมิดสัญญาข้อนี้ ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิเลิกสัญญาเช่าซื้อ ยึดทรัพย์สินที่เช่าคืนความข้อนี้เห็นว่าในเรื่องเช่าซื้อมีบทบัญญัติไว้เป็นพิเศษตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 574 ว่า ต้องผิดสัญญาในข้อที่เป็นส่วนสำคัญ แต่ข้อเท็จจริงจากการนำสืบของทั้งสองฝ่ายได้ความว่า ก่อนมอบรถยนต์ให้โจทก์ไป จำเลยเองก็ใช้รถยนต์คันดังกล่าวเป็นรถแท็กซี่แล่นรับส่งผู้โดยสารระหว่างอำเภอด่านขุนทด อำเภอเมืองนครราชสีมา ครั้นให้โจทก์เช่าซื้อไปโจทก์ก็ใช้เป็นรถแท็กซี่ในเส้นทางดังกล่าวตลอดมา จำเลยทราบดีอยู่แล้วถึงเรื่องนี้ และมิได้ทักท้วงซึ่งคงเห็นว่าไม่ใช่เป็นข้อสำคัญนั่นเอง ดังนั้นจึงไม่อาจถือได้ว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาเช่าซื้อในข้อนี้" พิพากษากลับ บังคับตามศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3186/2522 นางอรุณี แซ่ภู่ โจทก์ นายประมวล มุ่งชมกลาง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอรุณี แซ่ภู่ · จำเลย - นายประมวล มุ่งชมกลาง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิถี ปานะบุตร · อำนัคฆ์ คล้ายสังข์ · ไพบูลย์ เพียรรู้จบ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 591/2531ฎีกา 1452/2511ฎีกา 2494/2553ฎีกา 2821/2522ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1561/2520ฎีกา 6239/2551ฎีกา 763/2484ฎีกา 42/2516ฎีกา 6801/2540ฎีกา 4873/2528ฎีกา 5434/2536ฎีกา 794/2509ฎีกา 615/2531ฎีกา 1896/2492ฎีกา 1550/2493ฎีกา 3649/2525ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 6848/2540ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 1453/2542ฎีกา 601/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา