⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3315/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3315/2522

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายเมาสุราเอาเท้าพาดหัวจำเลยลูบเล่น จำเลยจึงทำร้ายผู้ตายเป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 และบันดาลโทสะ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.72

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลย 6 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 290, 78 ศาลอุทธรณ์แก้โทษเป็น 3 ปี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองฟังต้องกันเป็นยุติว่า ในวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยกับผู้ตายนั่งดื่มสุราด้วยกันบนบ้านนางพยอมหรือ แหวว ผอบเงิน แล้วเกิดขัดใจกันขึ้น จำเลยได้ใช้กำลังกายชกต่อยเตะ และใช้เท้ากระทืบผู้ตายที่บริเวณท้องและหน้าอก เป็นเหตุให้ผู้ตายได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา ตามรายงานการตรวจศพของแพทย์ท้ายฟ้อง ปรากฏว่าเหตุที่ผู้ตายถึงแก่ความตายเพราะลำไส้ทะลุ เส้นเลือดดำในท้องฉีกขาด และเยื่อบุช่องท้องอักเสบทั่ว ๆ ไป จากการได้รับอันตรายอย่างรุนแรงที่หน้าท้องและหน้าอก ในชั้นนี้มีปัญหาว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวหรือเพราะบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุไม่เป็นธรรมหรือไม่พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า จำเลยนำสืบว่าผู้ตายตบศีรษะจำเลยแล้วเอาเท้าขึ้นวางพาดศีรษะจำเลย จำเลยปัดเท้าผู้ตายออกไป พร้อมกับลุกขึ้นจะออกจากบ้านนางพยอม ผู้ตายกลับฉุดกระชากแขนจำเลยไว้ และเอามืออีกข้างหนึ่งล้วงที่เอวจำเลยเข้าใจว่าผู้ตายล้วงเอามีดหรือปืนออกมาทำร้ายจำเลย จำเลยจึงชกที่บริเวณศีรษะผู้ตาย 1 ที และเตะบริเวณลำตัว 2-3 ที ข้อนี้จำเลยไม่ได้ให้การไว้ในชั้นสอบสวนเพิ่งจะยกขึ้นอ้างในชั้นพิจารณา ข้อนำสืบของจำเลยจึงไม่น่าเชื่อรูปคดีฟังไม่ได้ว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวดังที่จำเลยนำสืบ ส่วนการกระทำของจำเลยเป็นเพราะบันดาลโทสะหรือไม่ ได้ความจากนางพยอมหรือแหวว ผอบเงิน พยานโจทก์ว่า สาเหตุแห่งการทำร้ายกันอาจเป็นเพราะผู้ตายเมาสุราแล้วเอาเท้าพาดหัวจำเลยและลูบหัวเล่น จำเลยเป็นคนถือพระถือเจ้าจึงโกรธและทำร้ายเอาก็ได้ ประกอบกับร้อยตำรวจเอกสมพล ลิมปกาญจน์พยานโจทก์อีกปากหนึ่งเบิกความว่า ชั้นสอบสวนจำเลยให้การว่า ขณะเกิดเหตุผู้ตายเมาสุราได้ใช้มือลูบคลำตบศีรษะจำเลยเล่น จำเลยห้ามก็ไม่เชื่อกลับพูดจาก้าวร้าวจำเลย จำเลยลุกขึ้นจะหนีแต่ผู้ตายดึงมือไว้อีกจนเซไปจำเลยรู้สึกโมโหจึงได้เข้าทำร้ายผู้ตายทันที ดังนี้ถือได้ว่าจำเลยถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จำเลยได้เข้าทำร้ายผู้ตายในขณะนั้น จึงเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3315/2522 อัยการกรมอัยการ โจทก์ นายเกรียงศักดิ์หรือไหล แก้วใจใหญ่ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายเกรียงศักดิ์หรือไหล แก้วใจใหญ่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัญ สำเร็จประสงค์ · ขจร หะวานนท์ · สุทิน เลิศวิรุฬห์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 313/2518ฎีกา 871/2518ฎีกา 3861/2537ฎีกา 6083/2546ฎีกา 1788/2513ฎีกา 221/2484ฎีกา 37/2488ฎีกา 3164/2538ฎีกา 846/2512ฎีกา 138/2532ฎีกา 795/2469ฎีกา 286/2509ฎีกา 1371/2540ฎีกา 1207/2516ฎีกา 1150/2499ฎีกา 668/2481ฎีกา 3887/2542ฎีกา 2958/2540ฎีกา 1031/2464ฎีกา 551/2514ฎีกา 1005/2532ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1893/2533ฎีกา 2033/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา