คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 808/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตกลงให้บุคคลหนึ่งเข้าอยู่อาศัยในทรัพย์สินของอีกฝ่ายหนึ่ง โดยมีภาระต้องจ่ายค่าตอบแทนเป็นรายเดือน ถือเป็นสัญญาเช่าทรัพย์
ย่อคำพิพากษา
การที่โจทก์จำเลยตกลงแลกบ้านกันอยู่ โดยจำเลยเข้าอยู่ในบ้านพิพาทซึ่งเป็นของโจทก์ และโจทก์เข้าอยู่ในบ้านที่จำเลยเช่าจากผู้มีชื่อ โดยจำเลยต้องจ่ายเงินค่าเช่าให้แก่ผู้มีชื่อเดือนละ 300 บาท และต้องจ่ายเงินให้แก่โจทก์อีกเดือนละ 200 บาทนั้น เป็นข้อตกลงที่เป็นสัญญาเช่าทรัพย์ หาใช่เป็นสัญญาต่างตอบแทนประเภทอื่นไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าบ้านโจทก์ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินนางอุดมอยู่ที่ตลาดไร่ใหม่ ค่าเช่าเดือนละ ๒๐๐ บาท ไม่ได้ทำสัญญาเช่า ต่อมาโจทก์บอกให้จำเลยออกไปจากบ้านโจทก์และให้ทนายความมีหนังสือบอกเลิกการเช่า จำเลยไม่ออกไป ขอให้พิพากษาบังคับจำเลยและบริวารออกไปและชดใช้ค่าเสียหาย
จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเพราะจำเลยเช่าบ้านของโจทก์ตามสัญญาและบ้านกันอยู้ระหว่างโจทก์และจำเลยมีกำหนด ๑๐ ปี ส่วนโจทก์เข้าอยู่ในบ้านซึ่งจำเลยเช่าจากนายไฮบ๊วยค่าเช่าเดือนละ ๓๐๐ บาท โดยจำเลยเป็นผู้ชำระค่าเช่าให้นายไฮบ๊วยและชำระเงินให้โจทก์อีกเดือนละ ๒๐๐ บาท
ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยเป็นผู้อาศัย เมื่อโจทก์ไม่ประสงค์ให้อยู่จำเลยก็หมดสิทธิที่จะอยู่ในบ้านพิพาท พิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์จำเลยเป็นเรื่องเช่าทรัพย์ แต่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ จึงฟ้องรัองบังคับคดีไม่ได้พิพากษายืน
จำเลยฎีกาว่า ข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยดังที่จำเลยให้การ มิใช่เป็นสัญญาอาศัยหรือเช่าทรัพย์ แต่เป็นสัญญาต่างตอบแทนอีกประเภทหนึ่งต่างหาก มีผลใช้บังคับได้แม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ศาลชั้นต้นงดสืบพยานไม่ชอบ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์จำเลยตกลงแลกบ้านกันอยู่ โดยจำเลยเข้าอยู่ในบ้านพิพาทซึ่งเป็นของโจทก์ และโจทก์เข้าอยู่ในบ้านที่จำเลยเช่าจากนายไฮบ๊วย โดยจำเลยต้องจ่ายค่าเช่าให้แก่นายไฮบ๊วยเดือนละ ๓๐๐ บาท และต้องจ่ายเงินให้แก่โจทก์อีกเดือนละ ๒๐๐ บาทนั้น เป็นข้อตกลงที่ให้จำเลยได้ใช้บ้านพิพาทของโจทก์ชั่วระยะเวลาอันมีจำกัด และเงินที่จำเลยจ่ายให้แก่โจทก์เป็นรายเดือน เดือนละ ๒๐๐ บาท มีลักษณะเป็นค่าเช่า ข้อตกลงดังกล่าวจึงเป็นสัญญาเช่าทรัพย์ แต่การเช่ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือ จำเลยจึงไม่อาจยกเรื่องการเช่าขึ้นใช้ยันต่อโจทก์ได้ การที่โจทก์ จำเลยตกลงกันด้วยว่าให้โจทก์เข้าอยู่ในบ้านซึ่งจำเลยเช่าจากผู้อื่นนั้นหาทำให้สัญญาเช่าบ้านพิพาทเป็นสัญญาต่างตอบแทนประเภทอื่นไม่ คดีไม่จำเป็นต้องสืบพยาน
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 808/2522
นายเฮงซ่วน แซ่ลิ้ม โจทก์
นายเบี้ยว หรือสุ่นเบี้ยว แซ่จิว ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเฮงซ่วน แซ่ลิ้ม · ล. - นายเบี้ยว หรือสุ่นเบี้ยว แซ่จิว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธาดา วัชรานันท์ · โสพิทย์ คังคะเกตุ · จำรัส เขมะจารุ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ - นายสุกิจ ธัญธรรมรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวุฒิ ยุววิทยาพานิช |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา