คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 837/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การปล้นทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ หมายถึง การร่วมกันกระทำความผิดโดยมีผู้กระทำความผิดตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม
ย่อคำพิพากษา
จำเลยนำรถยนต์บรรทุกข้าวสารไปจอดรอสมทบกับรถกระบะของพวกจำเลย แล้วนำรถยนต์บรรทุกข้าวสารที่พวกของตนปล้นมาได้หลบหนีไปถือได้ว่าปล้นทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340, 340 ตรี จำคุกจำเลยที่ 1 9 ปี ปรับ 40 บาท ให้คืนหรือใช้ราคาข้าวสาร 45,880 บาท ริบรถกระบะของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยที่ 1 ไม่มีความผิดตามมาตรา 340 ตรี คงจำคุก 6 ปี ปรับ 40 บาท ไม่ริบรถกระบะของกลาง โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ฎีกาโจทก์ที่ว่า ในการปล้นทรัพย์รายนี้เป็นการปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธและใช้ยานพาหนะอันเป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี นั้น เห็นว่า การที่จำเลยที่ 1 กับพวกนำเอารถยนต์บรรทุกข้าวสารไปจอดรอสมทบกับรถกระบะพวกของตนแล้วนำรถยนต์บรรทุกข้าวสารที่พวกของตนปล้นมาได้พาหลบหนีไป ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 กับพวกใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด เพื่อพาทรัพย์นั้นไป และเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี"
พิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 837/2522
อัยการกรมอัยการ โจทก์
นายสมศักดิ์ โตสืบวงษ์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายสมศักดิ์ โตสืบวงษ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สนิท อังศุสิงห์ · มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สันติ์ ธีรนิติ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา