คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1383/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
อายุความที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นเด็ดขาด ผู้ใดจะขยายหรือย่นให้สั้นลงไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
อายุความที่กฎหมายกำหนดไว้ผู้ใดหาอาจขยายออกหรือย่นเข้าได้ไม่ ข้อบังคับของบริษัทนายจ้างที่ให้ลูกจ้างยื่นคำร้องขอรับบำเหน็จต่อบริษัทเมื่อพ้นจากการเป็นพนักงานภายใน 3 เดือนจึงไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยใช้เงินค่าบำเหน็จ88,000 บาทแก่โจทก์ กับดอกเบี้ย จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "เชื่อได้ว่า โจทก์ได้ยื่นหนังสือลาออกจากบริษัทจำเลยและขอรับเงินบำเหน็จต่อจำเลยตามหนังสือขอลาออก และขอรับบำเหน็จตามภาพถ่ายเอกสารหมาย จ.5 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2519แม้หนังสือขอลาออกตามภาพถ่ายเอกสารหมาย จ.5 ไม่ได้ลงวันที่ไว้ก็หาเป็นพิรุธแต่ประการใดไม่ เพราะอาจจะหลงลืมไปได้ อนึ่ง ศาลฎีกายังเห็นต่อไปว่าสิทธิเรียกร้องเอาเงินบำเหน็จจากจำเลยนั้นมีอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(8) และอายุความที่กฎหมายกำหนดไว้นั้น ผู้ใดหาอาจจะขยายออกหรือย่นเข้าได้ไม่ ตามมาตรา 191 ดังนั้นข้อบังคับของบริษัทจำเลยที่ให้ผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จประสงค์จะรับเงินบำเหน็จดังกล่าว ให้ยื่นคำร้องต่อบริษัทเมื่อพ้นจากการเป็นพนักงานของบริษัทแล้วภายในกำหนด 3 เดือน จึงหามีผลบังคับตามกฎหมายแต่อย่างใดไม่"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1383/2523
นายสมพงศ์ ตัณฑเศรษฐี โจทก์
บริษัท อินเตอร์ไลฟ์ จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสมพงศ์ ตัณฑเศรษฐี · จำเลย - บริษัท อินเตอร์ไลฟ์ จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชลูตม์ สวัสดิทัต · สนิท อังศุสิงห์ · วัฒน์ ผดุงจิตร |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา