คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9655/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหนี้ผ่อนเวลาให้ลูกหนี้ในการชำระหนี้ ย่อมทำให้ระยะเวลาที่กำหนดไว้เดิมสิ้นสุดลง และลูกหนี้จะตกเป็นผู้ผิดนัดเมื่อพ้นกำหนดเวลาที่ได้ผ่อนให้นั้นไปแล้วเท่านั้น ทั้งนี้ หากเจ้าหนี้ได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาแล้ว ย่อมไม่มีสิทธิเรียกเอาค่าปรับตามสัญญาอีกต่อไป
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ได้ผ่อนเวลาการส่งมอบของตามที่กำหนดไว้ในสัญญาดังนั้นการที่จำเลยที่ 1 ไม่ได้ส่งมอบของตามสัญญาในระยะเวลาที่ยังไม่ล่วงเลยวันที่ได้ผ่อนเวลาออกไป ย่อมถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ผิดสัญญา โจทก์ยังไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าปรับตามข้อความที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขาย ข้อ 10วรรคหนึ่ง ที่โจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าปรับ จึงไม่มีผลเป็นการเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าปรับ ต่อมาเมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ส่งมอบของให้แก่โจทก์ภายในวันที่ผ่อนเวลาออกไป และโจทก์บอกเลิกสัญญาแก่จำเลยที่ 1 แล้วอันเป็นการใช้สิทธิตามสัญญาซื้อขาย ข้อ 9 โดยไม่ได้ใช้สิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1ชำระค่าปรับตามที่ระบุไว้ในข้อ 10 วรรคหนึ่ง ของสัญญาดังกล่าว และเมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญาตามสัญญาข้อ 9 แล้วโจทก์ย่อมไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องให้จำเลยที่ 1ชำระค่าปรับตามสัญญาข้อ 10 วรรคหนึ่ง อีก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมทางหลวง · จำกัด - บริษัทอุตสาหกรรมยางมะตอยไทย · จำเลย - กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชูชาติ ศรีแสง · จิระ บุญพจนสุนทร · จิระ บุญพจนสุนทร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายเปรมศักดิ์ ชื่นชวน · ศาลอุทธรณ์ - นายอรุณ พิชญาพงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา