คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 192/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องเรียกร้องให้ชำระต้นเงินกู้ที่กำหนดให้ผ่อนชำระเป็นงวดๆ มีกำหนดอายุความ 5 ปี นับแต่วันที่ถึงกำหนดชำระเงินงวดที่ค้างชำระ
ย่อคำพิพากษา
ในสัญญากู้ที่โจทก์อาศัยเป็นหลักฐานฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ต้นเงินกู้นั้นได้มีข้อตกลงให้จำเลยผ่อนส่งได้เป็น รายเดือน ๆ ละ 500 บาท และต่อมาจำเลยยังได้นำเอาหมูตีใช้หนี้ไปแล้วคิดเป็นเงิน 3,500 บาท คงค้างชำระอีก 9,000 บาท ดังนี้ การฟ้องเรียกร้องให้จำเลยชำระต้นเงินตามสัญญากู้ตามฟ้องจึงถือได้ว่า เรียกเอาจำนวนเงินอันพึงส่งนอกจากดอกเบี้ย เพื่อผ่อนทุนคืนเป็นงวด ๆ อันมีกำหนดอายุความห้าปี ตามนัยที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 166
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นทายาทของนายกู้ผู้ตาย จำเลยได้กู้ยืมเงินจากนายกู้ตามสัญญากู้ ตกลงผ่อนชำระเป็นรายเดือน ๆ ละ ๕๐๐ บาท จำเลยไม่เคยผ่อนชำระเงินเลยขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน ๑๒,๕๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยกู้เงินจากนายกู้ สัญญากู้ไม่ถูกต้อง จำเลยเป็นหนี้ค่าหมูนายกู้เป็นเงิน ๒๑,๕๐๐ บาท นายกู้ให้จำเลยทำหนังสือรับรองหนี้จำนวนดังกล่าวไว้โดยให้จำเลยผ่อนชำระเป็นรายเดือน ต่อมาจำเลยได้เอาหมูชำระให้แก่นายกู้จนครบแล้ว ไม่มีติดค้างต่อกัน นายกู้ไม่คืนสัญญากู้ คดีขาดอายุความ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๙,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าหนี้ต้นเงินที่จำเลยจะต้องชำระให้แก่โจทก์ตามที่โจทก์ฟ้องเป็นจำนวนเงินดังกล่าวนั้นขาดอายุความตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๖๖ แล้วหรือไม่ พิเคราะห์แล้วตามบทบัญญัติของกฎหมายที่จำเลยยกขึ้นเป็นประเด็นต่อสู้ไว้ดังกล่าวบัญญัติว่า "ในการเรียกเอาดอกเบี้ยค้างส่งก็ดี เรียกเอาจำนวนเงินอันพึงส่งนอกจากดอกเบี้ย เพื่อผ่อนทุนคืนเป็นงวด ๆ นั้น ก็ดี ฯลฯ สิทธิเรียกร้องเหล่านี้ท่านให้มีกำหนดอายุความห้าปี" เมื่อข้อเท็จจริงตามที่ได้ความตามฟ้องโจทก์เองว่า ในสัญญากู้ที่โจทก์อาศัยเป็นหลักฐานฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ต้นเงินกู้นั้นได้มีข้อตกลงให้จำเลยผ่อนส่งได้เป็นรายเดือน ๆ ละ ๕๐๐ บาท และต่อมาจำเลยยังได้นำเอาหมูตีใช้หนี้ไปแล้วคิดเป็นเงิน ๓,๕๐๐ บาท จำเลยยังคงค้างชำระอีก ๙,๐๐๐ บาท ตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยไว้เป็นยุติแล้ว ดังนี้ การฟ้องเรียกร้องให้จำเลยชำระต้นเงินตามสัญญากู้ตามฟ้องจึงถือได้ว่า เรียกเอาจำนวนเงินอันพึงส่งนอกจากดอกเบี้ย เพื่อผ่อนต้นทุนคืนเป็นงวด ๆ อันมีกำหนดอายุความไว้ห้าปี ตามนัยที่บัญญัติไว้ในบทกฎหมายดังกล่าวคดีนี้สัญญากู้ลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๑๐ จำเลยนำหมูตีใช้หนี้ให้โจทก์ในเดือนที่ ๑๙ นับแต่วันทำสัญญา (ประมาณวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๑๑) โจทก์นำคดีมาฟ้องจำเลยเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐ จึงเป็นเวลาเกินกว่าห้าปี ฟ้องโจทก์ขาดอายุความแล้วตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๕๘๑/๒๕๙๔ ระหว่างนายเจริญ กิจนิซี กับพวก โจทก์ หลวงอักษรสุทธิ์ จำเลย คดีไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยในประเด็นอื่นตามฎีกาจำเลยอีกต่อไป ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์ ๙,๐๐๐ บาท ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย
พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้โจทก์ใช้แทนจำเลยโดยกำหนดค่าทนายความความรวม ๒,๐๐๐ บาท
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 192/2523
นายกาหลง เพิ่มพงศาเจริญ โจทก์
นายเลียด หรือเลียก เซี่ยงหลิว ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายกาหลง เพิ่มพงศาเจริญ · ล. - นายเลียด หรือเลียก เซี่ยงหลิว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · โสพิทย์ คังคะเกตุ · จินดา บุญศิริ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายประกิต สุขเกษม · ศาลอุทธรณ์ - นายพิบูลย์ วัฒนสุนทร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา