คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2523
ย่อคำพิพากษา
จำเลยปลูกตึกในที่ดินของผู้ร้อง ปลูกยังไม่เสร็จจำเลยยกตึกให้ผู้ร้องใช้หนี้เงินยืม ตึกเป็นของผู้ร้องในฐานะส่วนควบ โดยไม่ต้องจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ในการบังคับคดีโจทก์นำยึดตึกในที่ดินของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ถอนการยึด โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จำเลยจะพูดยกให้ผู้ร้องหรือนางหวลมารดาก็ฟังได้ว่า จำเลยได้ยกบ้านพิพาทให้แก่ฝ่ายผู้ร้องแล้วหลังจากนั้นจำเลยก็ไม่ได้เข้าเกี่ยวข้องกับบ้านพิพาทอีก ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า จำเลยได้ยกตึกพิพาทให้กับฝ่ายผู้ร้องเป็นการชำระหนี้เงินยืมแล้ว ดังที่ผู้ร้องนำสืบ ตึกพิพาทย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนางหวลมารดาผู้ร้อง ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินในฐานะเป็นส่วนควบของที่ดินไปในตัวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 107โดยจำเลยไม่จำต้องไปทำการโอนกรรมสิทธิ์ในตึกพิพาทให้แก่นางหวลมารดาผู้ร้องดังที่โจทก์ฎีกาแต่ประการใด เมื่อนางหวลมารดาได้ยกที่ดินโฉนดเลขที่ 55098 ที่ปลูกตึกพิพาทให้แก่ผู้ร้อง ตึกพิพาทซึ่งเป็นส่วนควบของที่ดินจึงตกมาเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องด้วย ผู้ร้องย่อมขอให้ปล่อยตึกพิพาทจากการยึดของเจ้าพนักงานบังคับคดีได้"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2523
นายชาญ เหลาห์พิกุล โจทก์
นายบัญชา กิจพาณิช จำเลย
นางสุจิตรา ถีรพลฤกษ์ ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายชาญ เหลาห์พิกุล · จำเลย - นายบัญชา กิจพาณิช · ผู้ร้อง - นางสุจิตรา ถีรพลฤกษ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชุบ วีระเวคิน · อัมพล สุวรรณภักดี · สง่า อำพันแสง |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา