⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1124/2502

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1124/2502

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
อาคารที่ปลูกสร้างบนที่ดินที่เช่า ย่อมตกเป็นของผู้ให้เช่าเมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่า โดยไม่ต้องทำการโอนจดทะเบียนกรรมสิทธิ์

ย่อคำพิพากษา

จำเลยได้เช่าที่ดินของผู้ร้องขัดทรัพย์ปลูกตึก ๆ ย่อมเป็นส่วนควบของที่ดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 107 จำเลยมีสิทธิอยู่ในตึกนี้ได้ ก็อาศัยสัญญาเช่าที่ดิน และตึกนี้ย่อมตกเป็นของผู้ร้องไปในตัวตามระยะเวลาที่ตกลงกัน ฉะนั้น เมื่อจำเลยจะโอนตึกรายนี้ ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินเมื่อไร ไม่จำต้องไปทำการโอนจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ (อ้างฎีกา 561/2488)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.107 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.109 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์เจ้าหนี้ ตามคำพิพากษายึดตึกเฉพาะชั้นที่ ๓ ของตึกสามชั้น ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินของผู้ร้อง อ้างว่าเป็นของจำเลยลูกหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องขัดทรัพย์อ้างว่า จำเลยเช่าที่ดินของผู้ร้องปลูกตึกรายนี้ ค่าเช่าเดือนละ ๘๐๐ บาท เมื่อสร้างตึกเสร็จแล้วจำเลยไม่สามารถทำการค้าในตึกชั้นที่ ๓ และไม่มีเงินจะให้ค่าเช่าที่ดิน จึงทำสัญญายกตึกชั้นที่ ๓ ให้แก่ผู้ร้อง ๆ ได้ครอบครองตึกชั้นที่ ๓ ตลอดมา ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้โอนตึกชั้นที่ ๓ ให้แก่ผู้ร้องแล้ว จึงได้ถอนการยึดทรัพย์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยยังไม่ได้โอนตึกให้แก่ผู้ร้อง พิพากษากลับให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้องเสีย ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตึกสามชั้นรายนี้ตามธรรมดาย่อมเป็นส่วนควบของที่ดินตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๐๗ หากแต่ว่าอาศัยสัญญาเช่าที่ดินระหว่างผู้ร้องกับจำเลย จำเลยจึงเพียงได้ชื่อว่ามีสิทธิอยู่ในตึกนี้ชั่วระยะเวลาที่มีสิทธิตามสัญญาเช่าเท่านั้น และตึกรายนี้ย่อมตกเป็นส่วนควบของเจ้าของที่ดินและตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องไปในตัวตามระยะเวลาที่ตกลงกัน เมื่อจำเลยจะโอนตึกรายนี้ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องเมื่อใด ไม่จำต้องไปทำการโอนจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และข้อเท็จจริงฟังว่า จำเลยได้โอนตึกชั้น ๓ ให้แก่ผู้ร้องแล้ว พิพากษากลับ ให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดไว้ตามคำบังคับของศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1124/2502 ธนาคารเกษตร จำกัด โดยนายเผด็จ จิราภรณ์ ผู้จัดการธนาคารเกษตร จำกัด สาขาตะพานหิน ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายบุญมา ฟ้ากระจ่าง จำเลย นายชื่น อุเพ็ญ ผู้ร้องขัดทรัพย์

รายละเอียดคดี

คู่ความจำกัด - ธนาคารเกษตร จำกัด โดยนายเผด็จ จิราภรณ์ ผู้จัดการธนาคารเกษตร · โจทก์ - สาขาตะพานหิน ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายบุญมา ฟ้ากระจ่าง · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นายชื่น อุเพ็ญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชัยนิตินาท · นิติธรรมประกรณ์ · การุณย์นราทร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิจิตร - นายกิ่ง สาลิคุปต์ · ศาลอุทธรณ์ - นายใจ นาคเสวี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1216/2538ฎีกา 3552/2539ฎีกา 151/2532ฎีกา 3345/2525ฎีกา 1730/2520ฎีกา 2747/2537ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 360/2502ฎีกา 3375/2532ฎีกา 1090/2530ฎีกา 170/2497ฎีกา 1798/2506ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 10866/2546ฎีกา 231/2482ฎีกา 464/2497ฎีกา 5281/2540ฎีกา 1781/2509ฎีกา 1280/2492ฎีกา 1578/2493ฎีกา 6549/2542ฎีกา 557/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา