คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 591/2472
ย่อคำพิพากษา
โรงสีไฟปลูกในที่ของผู้อื่นเปนอสังหาริมทรัพย์จำนองโรงสีไฟต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพียงแต่นายอำเภอเซ็นรับรู้แลรักษาสัญญาไว้ไม่เรียกว่าจดทะเบียน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ทางพิจารณาปรากฎว่าจำเลยเช่าที่ดินของเขาปลูกโรงสีไฟ ครั้นต่อมาจำเลยได้นำโรงสีไฟนี้ไปจำนองกับผู้ร้อง แต่ทำหนังสือสัญญากันเอง และนายอำเภอเซ็นชื่อรับรู้ไว้ในสัญญากับรักษาสัญญานั้นไว้ด้วย ๑ ฉะบับ ดังนี้
ปัญหามีว่าผู้ร้องจะมีบุริมสิทธิหรือไม่
ศาลเดิมให้ยกคำร้องเสีย
ศาลอุทธรณ์ยืน แต่อ้างเหตุว่าโรงสีเปนสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่ส่วนควบของที่ดินตามประมวลแพ่ง ม.๑๐๙ แต่สัญญาทำไม่ถูกกฎหมายตามประมวลแพ่ง ม.๗๑๔ ให้ยกคำร้องเสีย
ศาลฎีกาเห็นว่าโรงสีเปนอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลแพ่ง ม.๑๐๐ การที่ให้นายอำเภอเซ็นรับรู้แลรักษาสัญญาไว้ ไม่เรียกว่าจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่อันถูกต้องตามกฎหมาย ตามประมวลแพ่ง ม.๗๑๔ ผู้ร้องไม่มีบุริมสิทธิ ให้ยกคำร้องเสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 591/2472
นายเบ๊งง่วนหลี โจทก์
นายฉั่วจือเจง นางบุญช่วย จำเลย
บริษัทเคี่ยมฮั่วเฮง ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเบ๊งง่วนหลี · จำเลย - นายฉั่วจือเจง นางบุญช่วย · ผู้ร้อง - บริษัทเคี่ยมฮั่วเฮง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศรี · หริศ · วิชัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา