⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2440/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2440/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความผิดฐานฉ้อโกงสำเร็จเมื่อผู้กระทำได้รับทรัพย์สินไปแล้ว การกระทำภายหลังที่ได้รับทรัพย์สินไปแล้วนั้นไม่ถือเป็นความผิดต่อเนื่องหรือความผิดอีกกระทงหนึ่ง.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงโดยบรรยายฟ้องว่า จำเลยร่วมกันหลอกลวงเอาโฉนดที่ดินของโจทก์ไปตั้งแต่ประมาณต้นเดือนพฤศจิกายน 2494 ดังนี้ ความผิดฐานฉ้อโกงโฉนดสำเร็จตั้งแต่จำเลยได้โฉนดจากโจทก์ไป แม้โจทก์จะได้บรรยายฟ้องต่อไปด้วยว่า เมื่อจำเลยได้โฉนดไปแล้วได้ร่วมกันให้จำเลยที่ 2 โอนรับมรดกและต่อมาจึงโอนใส่ชื่อของจำเลยที่ 1 ก็เห็นได้ว่าเป็นการบรรยายให้เห็นพฤติการณ์ไม่สุจริตของจำเลยเท่านั้น มิใช่ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดอีกกระทงหนึ่ง หรือเป็นการกระทำความผิดต่อเนื่องกับความผิดฐานฉ้อโกงดังกล่าวข้างต้น ความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี อายุความสำหรับความผิดตามมาตรานี้จึงมีเพียง 10 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญ มาตรา 95 (3) โจทก์ฟ้องคดีนี้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2522 เป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี นับแต่วันกระทำความผิด ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตราดังกล่าว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์จึงระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายอาญา ม.95 ประมวลกฎหมายอาญา ม.96 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณต้นเดือนพฤศจิกายน ๒๔๙๔ จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันหลอกลวงเอาโฉนดที่ดินมรดกเลขที่ ๕๒๒๑ ไปจากบิดาโจทก์ เมื่อได้โฉนดดังกล่าวไปแล้วในเดือนพฤศจิกายน ๒๔๙๔ นั้นเอง จำเลยได้ร่วมกันมอบอำนาจให้จำเลยที่ ๒ โอนรับมรดก แล้วเดือนมีนาคม ๒๔๙๗ จำเลยทั้งสองร่วมกันทุจริตโอนที่ดินตามโฉนดดังกล่าวจากจำเลยที่ ๒ ให้จำเลยที่ ๑ โจทก์ในฐานะทายาทได้รับความเสียหายขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๘๓ ระหว่างไต่สวนมูลฟ้องศาลชั้นต้นสั่งงดไต่สวน แล้ววินิจฉัยว่าโจทก์ฟ้องเกิน ๑๐ ปี นับแต่วันกระทำผิด ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี คดีดังกล่าวนี้จะต้องได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลภายในกำหนด ๑๐ ปี นับแต่วันกระทำความผิดตามมาตรา ๙๕ (๓) คดีนี้ โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยร่วมกันทุจริตเพทุบายหลอกลวงเอาโฉนดที่ดินของโจทก์ เลขที่ ๕๒๒๑ ไปจากบิดาโจทก์ แล้วจำเลยร่วมกันร้องขอโอนใส่ชื่อจำเลยที่ ๒ คนเดียวในโฉนดแล้วจำเลยที่ ๒ โอนโฉนดที่ดินดังกล่าวให้จำเลยที่ ๑ ทำให้โจทก์เสียที่ดินส่วนของโจทก์ไป โจทก์ทราบการกระทำของจำเลยทั้งสองเมื่อวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๒๒ และโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๒๒ ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องของโจทก์ดังกล่าวปรากฏว่าโจทก์กล่าวหาจำเลยทั้งสองกระทำความผิดเฉพาะฐานฉ้อโกงเอาโฉนดเลขที่ ๕๒๒๑ ของโจทก์ไปเท่านั้น ส่วนข้อความในฟ้องที่ว่าจำเลยทั้งสองได้โฉนดไปจากโจทก์แล้วได้ดำเนินการโอนรับมรดก และโอนใส่ชื่อจำเลยที่ ๑ นั้น เป็นการบรรยายฟ้องให้เห็นพฤติการณ์ไม่สุจริตของจำเลยทั้งสองเท่านั้น หาใช่เป็นฟ้องที่กล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดอีกกระทงหนึ่ง หรือเป็นการกระทความผิดต่อเนื่องกับความผิดฐานฉ้อโกงโฉนดดังกล่าวข้างต้นไม่ เมื่อการกระทำความผิดของจำเลยเป็นความผิดฐานฉ้อโกงของโจทก์ ดังนั้น การกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองจะสำเร็จเป็นความผิดฐานฉ้อโกงได้ด้วยการได้โฉนดเลขที่ ๕๒๒๑ ของโจทก์ไปและปรากฏว่าจำเลยทั้งสองได้โฉนดเลขที่ ๕๒๒๑ ไปจากนายเงินและโจทก์เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน ๒๔๙๔ ซึ่งเป็นวันกระทำความผิดฐานฉ้อโกงในคดีนี้ แต่โจทก์มาฟ้องจำเลยทั้งสองเมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๒๒ เกินสิบปี คดีของโจทก์จึงขาดอายุความตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น สิทธินำคดีมาฟ้องของโจทก์จึงระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๖) แม้โจทก์จะอ้างว่าโจทก์ได้ฟ้องจำเลยทั้งสองหลังจากรู้เรื่องความผิดภายในสามเดือนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๖ ก็ตาม ก็ไม่ทำให้โจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลยทั้งสองได้เพราะสิทธิฟ้องของโจทก์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๖ ต้องอยู่ภายใต้บังคับ มาตรา ๙๕ แห่งประมวลกฎหมายอาญา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2440/2523 นางหมัก เทียมทัด โจทก์ ร้อยเอกสุวิทย์ ทัตพิทักษ์กุล กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางหมัก เทียมทัด · ล. - ร้อยเอกสุวิทย์ ทัตพิทักษ์กุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แถมชัย สิทธิไตรย์ · ขจร หะวานนท์ · จรัญ สำเร็จประสงค์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายกู้เกียรติ สุนทรบุระ · ศาลอุทธรณ์ - นายศิลปชัย มัทธุรศ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2593/2521ฎีกา 1656/2512ฎีกา 915/2566ฎีกา 19406/2555ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 4046/2536ฎีกา 1124/2496ฎีกา 6196/2534ฎีกา 7687/2553ฎีกา 4225/2559ฎีกา 4009/2566ฎีกา 1979/2521ฎีกา 2766/2546ฎีกา 1499/2531ฎีกา 16889/2555ฎีกา 6863/2543ฎีกา 801/2503ฎีกา 70/2489ฎีกา 5090/2565ฎีกา 9076/2558ฎีกา 1342/2530ฎีกา 2379/2565ฎีกา 1813/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา