คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2886-2888/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้ใช้เงินตามเช็คนั้น เป็นความผิดที่เกิดขึ้นในท้องที่ที่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน และเป็นความผิดต่อเนื่องกันกับความผิดที่เกิดขึ้นในท้องที่ที่จำเลยออกเช็ค ดังนั้น พนักงานสอบสวนในท้องที่ที่จำเลยออกเช็คจึงมีอำนาจสอบสวนได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยออกเช็คชำระหนี้ที่บริษัทโจทก์ร่วมซึ่งอยู่ในเขตท้องที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงครามธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินที่จังหวัดอุบลราชธานี โจทก์ร่วมมีสิทธิร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงครามได้เพราะเป็นความผิดต่อเนื่องกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา19 ต่อมาจำเลยถูกจับในเขตท้องที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงครามพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลชนะสงครามย่อมมีอำนาจสอบสวนจำเลยเพราะได้มีการร้องทุกข์ไว้ก่อนแล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 จำคุกคดีละ 7 เดือน คดีที่ 3 จำคุก 9 เดือน จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด นานาอีเล็คโทรนิคส์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี จำเลยออกเช็คตามฟ้องทั้ง 3 ฉบับ สองฉบับแรกสั่งจ่ายในนามห้างหุ้นส่วนจำกัด นานาอีเล็กโทรนิคส์ ฉบับหลังในนามจำเลยเพื่อชำระหนี้ค่าซื้อเครื่องรับโทรทัศน์ที่ซื้อไปจากบริษัทโจทก์ร่วม ซึ่งอยู่ในเขตท้องที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม ถึงกำหนดธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินโจทก์ร่วมมอบอำนาจให้นายธีระศักดิ์ หวังวรวงศ์ ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้ที่หน้าสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม จึงได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีทั้งสามสำนวนนี้
ที่จำเลยฎีกาว่า การสอบสวนของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลชนะสงครามไม่ชอบ ถือว่าไม่มีการสอบสวน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ได้ความว่าจำเลยออกเช็คชำระหนี้ที่บริษัทโจทก์ร่วมซึ่งอยู่ในเขตท้องที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม แม้ธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาอุบลราชธานี ปฏิเสธการจ่ายเงินที่จังหวัดอุบลราชธานี ผู้แทนของโจทก์ร่วมมีสิทธิร้องทุกข์ได้ที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม เพราะเป็นความผิดต่อเนื่องกัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 19 ต่อมาจำเลยถูกจับในเขตท้องที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลชนะสงครามย่อมมีอำนาจสอบสวนจำเลยเพราะได้มีการร้องทุกข์ไว้ก่อนแล้ว หาจำต้องจับกุมตัวก่อนแล้วจึงทำการสอบสวนในภายหลังดังที่จำเลยฎีกาไม่"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2886 - 2888/2523
อัยการกรมอัยการ โจทก์
โจทก์ร่วม โจทก์
บริษัท จันทาภาอุตสาหกรรม จำกัด โจทก์
นายเพียงศักดิ์ เลิศพุฒิภิญโญ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการกรมอัยการ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - บริษัท จันทาภาอุตสาหกรรม จำกัด · จำเลย - นายเพียงศักดิ์ เลิศพุฒิภิญโญ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพบูลย์ ไวกาสี · วิทูร เทพพิทักษ์ · สุนทร วรรณแสง |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา