คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2295/2517
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. พนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนคดีที่จำเลยออกเช็คชำระหนี้ในท้องที่ใด แม้ธนาคารที่ออกเช็คจะอยู่คนละท้องที่ก็ตาม
2. การนำเงินไปฝากธนาคารหลังจากเช็คถูกปฏิเสธการจ่ายเงิน จะไม่เป็นเหตุให้พ้นผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ หากเงินนั้นไม่ได้ถูกนำเข้าบัญชีของจำเลยเพื่อชำระหนี้ตามเช็คให้แก่ผู้ทรง
ย่อคำพิพากษา
จำเลยออกเช็คชำระหนี้ให้โจทก์ร่วมในท้องที่สถานีตำรวจนครบาลหลักสอง (ธนาคารศรีนคร จำกัด สาขาวงเวียนใหญ่ปฏิเสธการจ่ายเงิน) พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลหลักสองมีอำนาจสอบสวนได้
จำเลยออกเช็คให้โจทก์ร่วมเพื่อชำระหนี้ โจทก์ร่วมเรียกเก็บเงินตามเช็คไม่ได้ เพราะธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน เนื่องจากบัญชีจำเลยปิดแล้ว การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 แม้ต่อมาจำเลยจะนำเงินไปฝากกับธนาคาร ธนาคารรับฝากเงินจำเลยไว้และออกใบรับให้ก็ตาม แต่เมื่อจำเลยไม่ได้นำเงินเข้าบัญชีจำเลย การฝากเงินของจำเลยดังนี้จึงไม่ใช่กรณีที่จำเลยนำเงินตามเช็คไปชำระหนี้แก่ธนาคารเพื่อจ่ายเงินตามเช็คให้แก่โจทก์ร่วม ไม่ต้องด้วยมาตรา 5 วรรคท้ายแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 ซึ่งแก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 196 ข้อ 1
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓
จำเลยให้การปฏิเสธ
ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ จำคุก ๓ เดือน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยนำเงินตามจำนวนในเช็คไปชำระแก่ธนาคารเพื่อจ่ายเงินตามเช็คชำระหนี้ให้โจทก์ร่วม คดีเป็นอันเลิกกันตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๕ แก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๙๖ ข้อ ๑ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาตามข้อต่อสู้คดีของจำเลยว่า พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลหลักสองไม่มีอำนาจสอบสวนนั้น น่าเชื่อว่าจำเลยออกเช็คมอบให้โจทก์ร่วมที่โรงงานฆ่าสัตว์สุขาภิบาลตำบลบางแคเหนือ ซึ่งอยู่ในเขตท้องที่สถานีตำรวจนครบาลหลักสอง พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลหลักสองจึงมีอำนาจสอบสวนคดีนี้ ส่วนที่จำเลยว่าได้เอาเงินเข้าบัญชีธนาคารศรีนคร จำกัดสาขาวงเวียนใหญ่ที่ปฏิเสธการใช้เงินตามเช็คภายใน ๗ วัน หลังจากจำเลยถูกจับคดีเลิกกันนั้น ก็ได้ความว่าจำเลยหาได้เอาเงินเข้าบัญชีไม่ เพราะบัญชีของจำเลยธนาคารปิดแล้ว ธนาคารเพียงแต่รับฝากเงินของจำเลยไว้ และออกใบรับให้จำเลยการฝากเงินของจำเลยดังนี้ไม่ใช่จำเลยนำเงินตามเช็คไปชำระแก่ธนาคารเพื่อจ่ายเงินตามเช็คให้แก่โจทก์ร่วมผู้ทรง ไม่ต้องด้วยมาตรา ๕ วรรคท้าย แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๙๖ ข้อ ๑ แล้ววินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓
พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2295/2517
พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์
นายงักหยุย แซ่ฉั่ว โจทก์ร่วม
นายอุดม สงค์ประเสริฐ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · โจทก์ร่วม - นายงักหยุย แซ่ฉั่ว · จำเลย - นายอุดม สงค์ประเสริฐ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุมิตร ฟักทองพรรณ · เสถียร ลิมปิษเฐียร · วิฑูร เทพพิทักษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายสมชาย ศรีพัฒนพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล วัลยะเพ็ชร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา