⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 392/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 392/2523

ป.พ.พ. ม.1525 · ป.วิ.แพ่ง ม.248

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. คดีที่เกี่ยวกับสิทธิในครอบครัว ไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง 2. บิดาหรือมารดามีอำนาจปกครองบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะได้ หากสามารถอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่บุตรได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยพิพาทกันเกี่ยวด้วยทรัพย์และอำนาจปกครองบุตรจึงเป็นคดีเกี่ยวด้วยสิทธิในครอบครัว ไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสองจำเลยมีสิทธิฎีกาในข้อเท็จจริงได้รวมทั้งข้อเรียกร้องคืนทรัพย์ด้วย แม้จำเลยซึ่งเป็นบิดาจะมีรายได้และฐานะดีกว่าโจทก์ แต่โจทก์ซึ่งเป็นมารดาก็มีอำนาจปกครองบุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ซึ่งแก้ไขใหม่และ ใช้บังคับในขณะพิพาท และเมื่อเลิกอยู่กินกับจำเลยแล้วโจทก์ทำงานได้เงินเดือน ๆ ละ 2,000 บาท ได้ค่าเช่าห้องแถวเดือนละ 1,200 บาทกับมีที่ดินอีก 2 แปลงราคารวมกันประมาณ 500,000 บาท ญาติทุกคนพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือโจทก์ในการอุปการะเลี้ยงดูเด็ก โจทก์สามารถอุปการะเลี้ยงดูให้การศึกษาแก่บุตรทั้งสองได้ ทั้งโจทก์และจำเลยอยู่กินด้วยกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส มีบุตรด้วยกัน 4 คน การให้บุตรคนเล็ก 2 คนอยู่ในอำนาจปกครองของโจทก์ดังขอจึงเป็นการสมควรทั้งนี้ตามบรรพ 5 ที่แก้ไขใหม่ที่ใช้บังคับในขณะพิพาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1525

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1525 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยคืนทรัพย์และบุตรผู้เยาว์ทั้งสองอยู่ในอำนาจปกครองของโจทก์ผู้เป็นมารดาตามฟ้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อที่โจทก์กล่าวในคำแก้ฎีกาว่า คดีต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงนั้น เห็นว่าคดีนี้โจทก์จำเลยพิพาทกันเกี่ยวด้วยเรื่องอำนาจปกครองบุตร จึงเป็นคดีเกี่ยวด้วยสิทธิในครอบครอง ไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 มาตรา 6 จำเลยจึงมีสิทธิฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ปัญหาข้อสุดท้ายมีว่า กรณีมีเหตุสมควรที่จะสั่งให้อำนาจปกครองเด็กหญิงจิระภรณ์และเด็กชายสุระชัยอยู่กับโจทก์หรือไม่นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าแม้จำเลยจะมีรายได้และฐานะดีกว่าโจทก์ แต่โจทก์ซึ่งเป็นมารดาก็มีอำนาจปกครองบุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 5 ซึ่งแก้ไขใหม่และใช้บังคับในขณะพิพาท ประกอบกับโจทก์เบิกความว่าหลังจากเลิกอยู่กินกับจำเลยแล้ว โจทก์ทำงานได้เงินเดือน ๆ ละ 2,000 บาทได้ค่าเช่าห้องแถวเดือนละ 1,200 บาท กับมีที่ดินอีก 2 แปลง ราคารวมกันประมาณ 500,000 บาท โดยมีมารดาโจทก์และนางมณฑาพี่สาวเบิกความสนับสนุนว่าโจทก์มีรายได้ดังกล่าว กับมีโฉนดเป็นหลักฐานว่าโจทก์มีที่ดิน2 แปลงจริง มารดาโจทก์ นางมณฑา และนายเลื่องหรือสุรพงษ์น้องโจทก์เบิกความด้วยว่าญาติทุกคนพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือโจทก์ในการอุปการะเลี้ยงดูบุตร เชื่อว่าโจทก์ซึ่งเป็นมารดามีรายได้และหลักทรัพย์สามารถอุปการะเลี้ยงดูให้การศึกษาแก่บุตรทั้งสองได้ ทั้งโจทก์และจำเลยอยู่กินด้วยกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสมีบุตรด้วยกัน 4 คน การที่โจทก์ขอให้บุตรดังกล่าวซึ่งเป็นบุตรคนเล็กเพียง 2 คนอยู่ในอำนาจปกครองของโจทก์ จึงเป็นการสมควร" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 392/2523 นางวันหรือปรียา บัตรวลี โจทก์ นายสุจิตต์ ณ ระนอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางวันหรือปรียา บัตรวลี · จำเลย - นายสุจิตต์ ณ ระนอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อาจ ปัญญาดิลก · ภิญโญ ธีรนิติ · ภักดิ์ บุณย์ภักดี
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5302/2548ฎีกา 1015/2509ฎีกา 824/2519ฎีกา 3314/2549ฎีกา 1590/2513ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 1229/2545ฎีกา 2812/2539ฎีกา 3231/2557ฎีกา 13566/2558ฎีกา 1030/2509ฎีกา 817/2490ฎีกา 1339/2543ฎีกา 8732/2549ฎีกา 2186/2550ฎีกา 891/2510ฎีกา 825/2509ฎีกา 6058/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 142/2530ฎีกา 2290/2535ฎีกา 5911-5913/2533ฎีกา 1783/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา