คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 52/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้กำลังกายกระทำต่อร่างกายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ถือเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
เจ้าพนักงานตำรวจไล่จับญาติของจำเลยซึ่งเป็นผู้ต้องหาในข้อหาฆ่าคนตายจำเลยที่ 1 กอดเอวเจ้าพนักงานตำรวจคนหนึ่ง จำเลยที่ 2 ดึงเสื้อเจ้าพนักงานตำรวจอีกคนหนึ่งไว้ เพื่อมิให้เจ้าพนักงานจับกุมผู้ต้องหาการที่จำเลยที่ 1 กอดเอวและจำเลยที่ 2 ดึงเสื้อนั้นเป็นการใช้แรงกายกระทำต่อกายของเจ้าพนักงานตำรวจ ถือได้ว่าเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(6) เพื่อต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 138 วรรค 2
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2519 เวลากลางวัน จ่าสิบตำรวจเชื้อจ่าสิบตำรวจสันติ จ่าสิบตำรวจวิเชียร และสิบตำรวจโทกิตติ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายได้ติดตามพวกของจำเลยทั้งสองในความผิดข้อหาอื่น อันเป็นการปฏิบัติการตามหน้าที่จำเลยทั้งสองบังอาจร่วมกันขัดขวางการจับกุมของเจ้าพนักงานโดยกอดรัดจ่าสิบตำรวจวิเชียรและสิบตำรวจโทกิตติเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ไว้เพื่อไม่ให้ติดตามจับกุมพวกของจำเลย เหตุเกิดที่ตำบลห้วยลึก อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138, 83 ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 4
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคสอง จำคุกจำเลยคนละ 2 เดือน และปรับคนละ 400 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้คนละ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามมาตรา 29, 30
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคแรก ให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 เดือน และปรับคนละ 200 บาท และให้รอการลงโทษไว้คนละ1 ปี ตามมาตรา 56
โจทก์ฎีกาปัญหาข้อกฎหมายว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(6) จึงมีความผิดตามมาตรา 138 วรรคสอง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงยุติตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าวันเกิดเหตุขณะที่จ่าสิบตำรวจวิเชียร สิบตำรวจโทกิตติกับพวกซึ่งเป็นเจ้าพนักงานวิ่งไล่จับนายหยา นายหมีนญาติของจำเลยซึ่งต้องหาในข้อหาฆ่าคนตาย จำเลยที่ 1 กอดเอวสิบตำรวจโทกิตติ จำเลยที่ 2 ดึงเสื้อจ่าสิบตำรวจวิเชียรไว้ เพื่อมิให้เจ้าพนักงานจับกุมผู้ต้องหาทั้งสอง ปัญหาว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือไม่เห็นว่าการที่จำเลยที่ 1 กอดเอวสิบตำรวจโทกิตติ และจำเลยที่ 2 ดึงเสื้อจ่าสิบตำรวจวิเชียร เป็นการใช้แรงกายกระทำต่อกายของสิบตำรวจโทกิตติและจ่าสิบตำรวจวิเชียร ถือได้ว่าเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(6) เพื่อต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคสอง ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
พิพากษาแก้ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 52/2523
พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา โจทก์
นางไหม เภอเกลี้ยง กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา · จำเลย - นางไหม เภอเกลี้ยง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ภักดิ์ บุณย์ภักดี · ภิญโญ ธีรนิติ · ไพบูลย์ ไวกาสี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา