คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากไม่แน่ว่าการกระทำผิดเกิดขึ้นในเขตท้องที่ใด พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ใดแห่งหนึ่งในสองท้องที่นั้นมีอำนาจสอบสวนได้
ย่อคำพิพากษา
ที่เกิดเหตุไม่แน่ว่าอยู่ในท้องที่ใดระหว่าง 2 ท้องที่พนักงานสอบสวนท้องที่หนึ่งในสองท้องที่นั้นมีอำนาจสอบสวนได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา19(1)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 359(4), 363, 365 จำคุก 1 ปี จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ส่วนข้อที่จำเลยฎีกาว่าที่เกิดเหตุอยู่ในเขตท้องที่กิ่งอำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร พนักงานสอบสวนอำเภอบางระกำจังหวัดพิษณุโลกจึงไม่มีอำนาจสอบสวนคดีนี้ ศาลฎีกาได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ปัญหาที่ว่าที่พิพาทอันเป็นที่เกิดเหตุในคดีนี้อยู่ในเขตท้องที่อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก หรือว่าอยู่ในท้องที่กิ่งอำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชรนั้น ปรากฏว่าทางจังหวัดกำแพงเพชรและจังหวัดพิษณุโลกได้ตั้งคณะกรรมการทำการพิจารณาแนวเขตของจังหวัดทั้งสองนี้แล้ว ผลการพิจารณาไม่อาจชี้ขาดได้ว่าอยู่ในท้องที่ใดแน่ (ปรากฏตามเอกสารอันดับ 129 ในสำนวน) จึงเป็นกรณีที่ไม่แน่ว่าการกระทำผิดได้กระทำในท้องที่ใดระหว่างหลายท้องที่ ฉะนั้นพนักงานสอบสวนอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนในท้องที่ที่เกี่ยวข้องจึงมีอำนาจสอบสวนคดีนี้ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 19(1)"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14/2524
พนักงานอัยการพิษณุโลก โจทก์
โจทก์ร่วม โจทก์
นายแกรก หลักดี โจทก์
นายสมัง เงินนา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการพิษณุโลก · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นายแกรก หลักดี · จำเลย - นายสมัง เงินนา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประสาท บุณยรังษี · ปรีชา สุมาวงศ์ · สุวรรณพ กองวารี |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา