คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 244/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งคำบังคับโดยมิชอบ ทำให้ระยะเวลาหกเดือนสำหรับการยื่นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 ไม่เริ่มนับ
ย่อคำพิพากษา
คำขอให้พิจารณาคดีใหม่ซึ่งจะต้องยื่นภายในไม่เกินหกเดือนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 นั้น จะต้องเป็นกรณีที่มีการส่งคำบังคับโดยชอบแล้ว ถ้าการส่งคำบังคับได้กระทำโดยมิชอบจะถือว่ามีคำขอให้พิจารณาคดีใหม่เมื่อพ้นเวลากำหนดไม่ได้
การส่งหมายโดยใช้วิธีประกาศหนังสือพิมพ์และปิดประกาศหน้าศาลโดยไม่ปรากฏเหตุที่ไม่สามารถจะส่ง ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักงานทำการงานที่แน่นอนของจำเลยนั้น ย่อมไม่ชอบ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารออกจากอาคารพิพาทเรียกค่าเช่าที่ค้างและค่าขาดประโยชน์
จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี
ต่อมาระหว่างบังคับคดีจำเลยขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่
ศาลชั้นต้นเห็นว่าคำร้องไม่ปรากฏรายละเอียดและยื่นพ้นเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ยกคำร้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำขอพิจารณาใหม่ของจำเลยสรุปความได้ว่าจำเลยไม่ทราบว่าถูกฟ้องคดีนี้มาก่อน เพราะจำเลยกับภริยาไปทำการค้าอยู่ที่จังหวัดตรัง โจทก์ทราบที่อยู่ของจำเลยที่จังหวัดตรังเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่นำส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยที่จังหวัดตรัง (ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโดยวิธีประกาศหนังสือพิมพ์) เป็นการปิดบังไม่ให้จำเลยทราบคำฟ้อง ไม่ให้จำเลยมีโอกาสต่อสู้คดีทั้ง ๆ ที่จำเลยมีโอกาสชนะคดีอย่างแน่นอน เนื่องจากจำเลยได้เซ้งตึกแถวพิพาทจากโจทก์แล้ว และต่อมาจำเลยได้ให้โจทก์เช่าตึกแถวนี้อยู่ด้วย ทั้งมีกรณีจำเลยแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญากับโจทก์กับพวกในข้อหาบุกรุก (ห้องพิพาท) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญา ระหว่างดำเนินคดีโจทก์จำเลยได้พบกันทั้งจำเลยเดินทางจากจังหวัดตรังมาพักที่ตึกแถวพิพาทบ่อย ๆแต่โจทก์ปิดบังไม่แจ้งให้จำเลยทราบถึงการฟ้องคดีนี้ จำเลยเพิ่งทราบว่าถูกฟ้องจากประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยในวันที่ยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่นี้เอง คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่ได้ขาดนัด และได้คัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล รวมทั้งเหตุแห่งการที่ยื่นคำขอล่าช้าครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ วรรคท้าย แล้ว คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ว่าคำร้องไม่ปรากฏรายละเอียดไม่ต้องด้วยความเห็นศาลฎีกา
ส่วนปัญหาที่ว่า จำเลยมีคำขอให้พิจารณาใหม่เมื่อพ้นหกเดือนนับแต่วันยึดทรัพย์ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๐๘ วรรคแรกนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยกรณีห้ามมีคำขอให้พิจารณาใหม่เมื่อพ้นเวลาที่กำหนดในมาตรา ๒๐๘ วรรคแรกนั้น จะต้องเป็นกรณีที่ได้มีการส่งคำบังคับโดยชอบแล้ว ถ้าการส่งคำบังคับกระทำโดยมิชอบ จะถือว่ามีคำขอให้พิจารณาใหม่พ้นเวลาที่กำหนดมิได้ ปรากฏจากหลักฐานในสำนวนว่าการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องคดีนี้ใช้วิธีประกาศหนังสือพิมพ์การแจ้งให้จำเลยปฏิบัติตามคำบังคับก็ใช้วิธีปิดประกาศที่หน้าศาล ทั้งนี้โดยไม่ปรากฏเหตุที่ไม่สามารถจะส่งให้แก่จำเลย ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของจำเลยแต่ประการใด หากจำเลยมีภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานที่แน่นอนการปฏิบัติเช่นนั้นย่อมไม่ชอบกรณีจึงต้องไต่สวนคำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยเสียก่อน
พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และคำสั่งศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนคำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 244/2524
นางกาญจนา ทัศนธนากร โจทก์
นายเล่าลัก สกุลเดี่ยว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางกาญจนา ทัศนธนากร · จำเลย - นายเล่าลัก สกุลเดี่ยว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประสม ศรีเจริญ · เพียร ศรีอรุณ · สง่า อำพันแสง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายอุดม ตู้จินดา · ศาลอุทธรณ์ - นายกิติ บูรพรรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา