คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3207/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์หรือทนายโจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนัดเพราะเหตุการณ์ที่สามารถจัดการได้ หรือมิใช่เหตุสุดวิสัย ย่อมทำให้ศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความได้ และไม่มีเหตุที่จะยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่
ย่อคำพิพากษา
ในคดีที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกฟ้องเพราะตัวโจทก์และทนายโจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนัด การที่ต่อมาโจทก์มายื่นคำร้องอ้างว่า ระหว่างการเดินทางมาศาลของโจทก์และทนายโจทก์ ได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ของโจทก์ชนท้ายรถยนต์ของผู้อื่น ต้องเสียเวลาตกลงเรื่องค่าเสียหายนั้นมิใช่เป็นเหตุสุดวิสัยที่จะทำให้โจทก์หรือทนายโจทก์คนใดคนหนึ่งไม่สามารถมาศาลได้ทันตามกำหนด ทั้งปรากฏว่าที่เกิดเหตุรถยนต์ชนกันอยู่ห่างจากศาลชั้นต้นเพียงเล็กน้อยมีพฤติการณ์ส่อให้เห็นว่าฝ่ายโจทก์มิได้สนใจต่อเวลานัดของศาล จึงไม่มีเหตุที่ศาลจะยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันออกเช็คธนาคารเอเซีย จำกัดหนึ่งฉบับสั่งจ่ายเงิน ๗๐,๗๓๐ บาท เพื่อชำระหนี้แก่บุคคลภายนอกแล้วบุคคลภายนอกชำระหนี้แก่โจทก์ เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์ได้นำเช็คไปเข้าบัญชีเรียกเก็บเงิน ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ทั้งนี้จำเลยทั้งสองมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗มาตรา ๓
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์ วันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๒๔ เวลา ๘.๓๐ น. ถึงวันนัดเวลา ๘.๕๕ น. ศาลออกนั่งพิจารณา ปรากฏว่าโจทก์และทนายโจทก์ไม่มาศาล ศาลจึงมีคำสั่งให้ยกฟ้อง
โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่อ้างเหตุว่าในวันนัดขณะที่โจทก์และทนายโจทก์กำลังเดินทางจะมาศาล ได้เกิดอุบัติเหตุโดยรถยนต์ของโจทก์ชนท้ายรถของผู้อื่นที่บริเวณสี่แยกเชิงสะพานพระปิ่นเกล้าฝั่งธนบุรี ต้องเสียเวลาตกลงเรื่องค่าเสียหายเมื่อตกลงกันได้แล้วโจทก์และทนายโจทก์ได้รีบเดินทางไปศาลทันทีจึงได้ทราบว่าศาลชั้นต้นได้พิพากษายกฟ้องไปแล้ว โจทก์มิได้จงใจขาดนัด หรือเพิกเฉยต่อวันนัดของศาล ขอให้ศาลไต่สวนคำร้องเพื่อยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีตามคำร้องไม่ใช่กรณีที่โจทก์มาศาลไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๑๖ให้ยกคำร้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ยังฟังไม่ได้ว่าโจทก์มาศาลไม่ทันเวลานัดโดยมีเหตุอันสมควร พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เหตุตามคำร้องของโจทก์ไม่ใช่เหตุที่เป็นเหตุสุดวิสัยที่เมื่อได้เกิดขึ้นแล้วทำให้โจทก์หรือทนายโจทก์ทั้งสองคนหรือคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งทนายโจทก์ไม่สามารถมาศาลตามกำหนดเวลานัดได้ดังที่โจทก์ฎีกามา การที่โจทก์และทนายโจทก์ไม่มาศาลให้ทันตามกำหนดนัดทั้งที่มีโอกาสจะมาให้ทันได้โดยง่ายดังปรากฏในฎีกาของโจทก์ว่า ที่เกิดเหตุรถยนต์โจทก์ชนท้ายรถยนต์ผู้อื่นอยู่ห่างจากศาลชั้นต้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้นคดีมีพฤติการณ์ส่อให้เห็นว่าฝ่ายโจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนัดเพราะมิได้สนใจต่อเวลานัดของศาล มากกว่าจะเป็นเพราะมาไม่ได้เพราะมาไม่ได้เพราะมีเหตุอันสมควรจึงไม่มีเหตุที่ศาลจะยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3207/2524
นายสมบูรณ์ ศรีปัญญาวิญญู โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัดไพบูลย์การพิมพ์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสมบูรณ์ ศรีปัญญาวิญญู · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดไพบูลย์การพิมพ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุไพศาล วิบุลศิลป์ · สุวัฒน์ รัตรสาร · ดุสิต วราโห |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา · ศาลอุทธรณ์ - นายศิลปชัย มัทธุรศ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา