⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3693/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3693/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยอ้างว่าเข้าไปในเคหสถานของผู้เสียหายโดยมีเหตุอันสมควร ถือเป็นการให้การปฏิเสธข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้าง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงโดยบรรยายฟ้องว่า จำเลยเข้าไปในเคหสถานของผู้เสียหายโดยไม่มีเหตุอันสมควรและด่าผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายโดยปกติสุข จำเลยให้การว่าได้เข้าไปในบ้านของผู้เสียหายเพื่อพูดขอยืมเงิน เป็นเรื่องที่จำเลยกล่าวอ้างว่าเข้าไปในเคหสถานของผู้เสียหายโดยมีเหตุอันสมควรอันเป็นคำให้การปฏิเสธและเมื่อจำเลยให้การต่อไปว่า ไม่มีเงินต่อสู้คดีขอรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ จึงต้องถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธ ศาลแขวงชอบที่จะสั่งให้โจทก์รับตัวจำเลยคืนเพื่อดำเนินการต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 ประมวลกฎหมายอาญา ม.364 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2517 ม.10 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.20

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้เข้าไปในบ้านอันเป็นเคหสถานของผู้เสียหายโดยไม่มีเหตุอันสมควร แล้วจำเลยด่าผู้เสียหายเพราะไม่พอใจที่ผู้เสียหายไม่ให้ยืมเงิน การกระทำของจำเลยเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายโดยปกติสุขขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๔ จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นลูกจ้างเก่าของผู้เสียหาย จำเลยเข้าไปในบ้านผู้เสียหายพูดขอยืมเงิน ผู้เสียหายไม่ให้ยืม จำเลยจึงด่าผู้เสียหาย จำเลยไม่มีเงินต่อสู้คดี ขอรับสารภาพผิดตามฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า แม้ผู้ต้องหาจะรับสารภาพแต่ก็ไม่ได้รับเต็มตามฟ้องและโจทก์มิได้แถลงว่าไม่ติดใจสืบพยาน ศาลชั้นต้นจำต้องคืนผู้ต้องหาให้แก่โจทก์เพื่อดำเนินการต่อไป พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้โจทก์รับผู้ต้องหาคืนเพื่อดำเนินการต่อไป จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยเข้าไปในเคหสถานของผู้เสียหายโดยไม่มีเหตุอันสมควร อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๔ ตอนหนึ่ง กับบรรยายฟ้องว่าการที่จำเลยเข้าไปในเคหสถานของผู้เสียหายแล้วด่าผู้เสียหาย เป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหาย อันเป็นความผิดตามมาตรา ๓๖๒ อีกตอนหนึ่ง ข้อที่จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นลูกจ้างเก่าของผู้เสียหาย จำเลยเข้าไปในบ้านผู้เสียหายพูดขอยืมเงินนั้น เป็นเรื่องที่จำเลยกล่าวอ้างว่าเข้าไปในเคหสถานของผู้เสียหายโดยมีเหตุอันควร จึงเป็นคำให้การปฏิเสธ และข้อที่จำเลยให้การว่า จำเลยไม่มีเงินต่อสู้คดี ขอรับสารภาพผิดตามฟ้องนั้น ก็มิใช่เป็นเรื่องที่จำเลยรับสารภาพเพราะได้กระทำความผิด หากจำเลยมีเงินต่อสู้คดีก็อาจจะไม่ให้การรับสารภาพ จึงต้องถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นชอบที่จะสั่งให้โจทก์รับตัวจำเลยคืนเพื่อดำเนินการต่อไป ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๒๐ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๑๗ มาตรา ๑๐ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3693/2524 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสงขลา โจทก์ นายมาหะหมัด ฮุชเซ็น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสงขลา · จำเลย - นายมาหะหมัด ฮุชเซ็น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อาจ ปัญญาดิลก · สุไพศาล วิบุลศิลป์ · ไพศาล สว่างเนตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงสงขลา - นายวิชิน สุชนทีธรรม · ศาลอุทธรณ์ - นายเพียร สุมิระ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 481/2526ฎีกา 2314/2529ฎีกา 5274/2531ฎีกา 597/2485ฎีกา 1798/2550ฎีกา 7958/2555ฎีกา 913/2538ฎีกา 3081/2524ฎีกา 164/2553ฎีกา 185/2566ฎีกา 1250/2520ฎีกา 5557/2555ฎีกา 848/2545ฎีกา 2718/2538ฎีกา 406/2482ฎีกา 1957/2515ฎีกา 3423/2548ฎีกา 13516/2553ฎีกา 18654/2555ฎีกา 1113/2510ฎีกา 16889/2555ฎีกา 435/2535ฎีกา 514/2486ฎีกา 279/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา