⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 890/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 890/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การริบทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 สามารถกระทำได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 แม้ประกาศดังกล่าวจะไม่ได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยใช้รถยนต์บรรทุกทรายเกินน้ำหนักอัตราที่กำหนดเป็นการใช้รถยนต์กระทำผิดตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295แม้ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ไม่บัญญัติให้ริบรถยนต์ ก็ริบได้ ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ไม่ริบรถยนต์โดยศาลชั้นต้นเห็นว่าริบไม่ได้ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าริบได้แต่ไม่ควรริบ จำเลยฎีกาได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลย 1 เดือน ปรับ 1,000 บาท ตามป.ว. 295 ข้อ 56, 83 รถยนต์ไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้ทำผิด ไม่ริบศาลอุทธรณ์เห็นว่าริบรถยนต์ได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 แต่ยังไม่สมควรริบ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จำเลยฎีกาว่าจำเลยถูกฟ้องเพียงข้อหาว่า จำเลยฝ่าฝืนกฎหมายซึ่งห้ามบรรทุกสิ่งของเกินอัตราที่กำหนด และคำสั่งของคณะปฏิวัติได้บัญญัติเรื่องของกลางโดยเฉพาะ จะถือว่ารถยนต์ของกลาง เป็นทรัพย์สินที่จำเลยใช้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33 ไม่ได้ เห็นว่าโจทก์ได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจขับรถยนต์ของกลางบรรทุกทรายน้ำหนักเกินอัตราที่กำหนดไป 12,500 กิโลกรัม เดินบนทางหลวงหมายเลข 3112 (ถนนสายปทุมธานี - ลาดหลุมแก้ว) ขอให้ลงโทษตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ข้อ 56, 83 และสั่งริบรถยนต์ของกลางตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ด้วย แสดงว่าจำเลยฝ่าฝืนกฎหมาย โดยการนำรถยนต์ของกลางบรรทุกทรายน้ำหนักเกินอัตราที่กำหนดไป 12,500 กิโลกรัมมาใช้กระทำผิด กรณีมิใช่จำเลยถูกฟ้องเพียงข้อหาว่าจำเลยฝ่าฝืนกฎหมายซึ่งห้ามบรรทุกสิ่งของเกินกว่าอัตราที่กำหนดเท่านั้นไม่เมื่อจำเลยรับสารภาพว่ากระทำผิดตามฟ้อง รถยนต์ของกลางจึงเป็นทรัพย์สินที่ใช้กระทำผิด แม้ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 มิได้บัญญัติถึงรถยนต์ของกลางที่ใช้กระทำผิดไว้โดยเฉพาะ ก็เป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1) ซึ่งเป็นบทบัญญัติทั่วไป โจทก์ขอให้สั่งริบได้ และอยู่ในดุลพินิจของศาลจะริบหรือไม่ก็ได้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 890/2524 อัยการปทุมธานี โจทก์ นายเจาหลี แซ่ตั๊น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการปทุมธานี · จำเลย - นายเจาหลี แซ่ตั๊น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนทร วรรณแสง · วิทูร เทพพิทักษ์ · ไพบูลย์ ไวกาสี
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4418/2548ฎีกา 7196/2554ฎีกา 220/2552ฎีกา 2152/2527ฎีกา 2546/2527ฎีกา 9275/2544ฎีกา 3416/2540ฎีกา 4681-4682/2528ฎีกา 3699-3739/2541ฎีกา 1554/2521ฎีกา 2437/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 5259/2546ฎีกา 531/2510ฎีกา 8617/2547ฎีกา 1979/2521ฎีกา 3604/2533ฎีกา 1228/2510ฎีกา 4519/2544ฎีกา 5426/2536ฎีกา 4105/2541ฎีกา 501/2494ฎีกา 2839/2516ฎีกา 595/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา