⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1324/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1324/2525

ป.วิ.อาญา ม.119 · ป.วิ.แพ่ง ม.248

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทุนทรัพย์ที่ต้องถือตามจำนวนเงินในสัญญาประกันแต่ละฉบับ เมื่อทุนทรัพย์แต่ละรายไม่เกิน 50,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยเรียกเงินค่าปรับตามสัญญาประกันตัว จ.ผู้ต้องหา 30,000 บาท และฟ้องเรียกเงินค่าปรับตามสัญญาประกันตัว ฉ. ผู้ต้องหา 30,000 บาท โดยฟ้องจำเลยเรียกเงินดังกล่าวมาในฟ้องฉบับเดียวกัน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยชำระค่าปรับราย จ. 5,000 บาท และราย ฉ. 20,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ทุนทรัพย์ในคดีนี้ต้องถือตามจำนวนเงินในสัญญาประกันแต่ละฉบับ เพราะค่าปรับตามสัญญาประกันทั้ง 2 ฉบับเป็นคนละรายแบ่งแยกรับผิดเป็นส่วนสัดกัน เมื่อทุนทรัพย์แต่ละรายไม่เกิน 50,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.119 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.119 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๒๑ เจ้าพนักงานตำรวจได้จับกุมตัวนายจิ่น ก้านเหลือง และนายเฉลียว กำเหนิดโทน ในข้อหาร่วมกันพยายามฉ้อโกงทรัพย์ มอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อทำการสอบสวน ต่อมาวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๒๑ จำเลยได้ทำสัญญาประกันตัวนายจิ่น และนายเฉลียวต่อพนักงานสอบสวนตามที่พนักงานสอบสวนกำหนด ถ้าว่าจะส่งจำเลยไม่นำตัวนายจิ่น และนายเฉลียวมาตามกำหนดนัดจำเลยยอมใช้เงินให้คนละ๓๐,๐๐๐ บาท รวมเงินตามสัญญาทั้ง ๒ ฉบับเป็นเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท พนักงานสอบสวนและโจทก์จึงปล่อยนายจิ่นกับนายเฉลียวไปชั่วคราวโดยให้ส่งตัวผู้ต้องหาทั้งสองครั้งสุดท้ายในวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๒๒ แต่จำเลยไม่สามารถส่งตัวผู้ต้องหาทั้ง ๒ ตามกำหนดนัดได้อันเป็นการผิดสัญญา และจำเลยได้ขอเลื่อนการส่งตัวผู้ต้องหาทั้ง ๒ อีกหลายครั้งแต่ก็ไม่สามารถส่งตัวผู้ต้องหาได้ พนักงานสอบสวนได้ทวงถามให้จำเลยชำระค่าปรับที่กำหนดไว้ตามสัญญาแต่จำเลยไม่ยอมชำระ ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าปรับพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่าจำเลยได้ทำสัญญาประกันตัวนายจิ่นและนายเฉลียวตามที่โจทก์ฟ้องจริง โจทก์กำหนดให้ส่งตัวผู้ต้องหาครั้งสุดท้ายในวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๒๒ จำเลยไม่ต้องรับผิดค่าปรับถึงคนละ ๓๐,๐๐๐ บาท เพราะความผิดที่ผู้ต้องหาถูกกล่าวหามีอัตราโทษต่ำ หากจะให้จำเลยรับผิดไม่ควรเกินคนละ ๑๐,๐๐๐ บาท จำเลยได้ติดตามผู้ต้องหาทั้งสองจนส่งตัวนายจิ่นให้โจทก์ได้ในวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๒๒ และนายจิ่น ถูกฟ้องต่อศาลแล้ว โจทก์จึงไม่เสียหาย และจำเลยได้ติดตามจับตัวนายเฉลียวแล้วมอบให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอื่นควบคุมตัวไว้ และแจ้งให้โจทก์ทราบแล้ว จึงควรรับผิดไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระค่าปรับรายนายจิ่น ๕,๐๐๐ บาท และรายนายเฉลียว ๒๐,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๒๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย โจทก์จำเลยต่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๔๘ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๖ บัญญัติว่า "ในคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาทและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้นหรือเพียงแต่แก้ไขเล็กน้อยห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริง ฯลฯ" สำหรับคดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยเรียกเงินค่าปรับตามสัญญาประกันตัวนายจิ่น ๓๐,๐๐๐ บาท ตามสัญญาประกันตัวนายเฉลียว๓๐,๐๐๐ บาท โดยโจทก์ฟ้องจำเลยเรียกเงินดังกล่าวรวมมาในฟ้องฉบับเดียวกัน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำเลยชำระเงินค่าปรับตามสัญญาประกันนายจิ่นจำนวน ๕,๐๐๐ บาท และให้จำเลยชำระเงินค่าปรับตามสัญญาประกันตัวนายเฉลียวจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยชำระค่าปรับจำนวนตามที่ระบุไว้ในสัญญาประกันซึ่งเป็นฎีกาเถียงในข้อเท็จจริง และทุนทรัพย์คดีนี้ก็ต้องถือตามจำนวนเงินในสัญญาประกันแต่ละฉบับ คือฉบับละ ๓๐,๐๐๐ บาท เพราะค่าปรับตามสัญญาทั้งสองฉบับเป็นคนละรายแบ่งแยกรับผิดเป็นส่วนสัด เมื่อทุนทรัพย์แต่ละรายไม่เกินห้าหมื่นบาทเช่นนี้ ฎีกาของโจทก์จึงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1324/2525 พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอดำเนินสะดวก โดยพันตำรวจโทวสันต์ โชคพิชิต โจทก์ นายบุญชู แท่นทรัพย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโดยพันตำรวจโทวสันต์ - พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอดำเนินสะดวก · โจทก์ - โชคพิชิต · จำเลย - นายบุญชู แท่นทรัพย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แถมชัย สิทธิไตรย์ · ขจร หะวานนท์ · อำนัคฆ์ คล้ายสังข์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายกิตติศักดิ์ ศิริรักษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5302/2548ฎีกา 1015/2509ฎีกา 824/2519ฎีกา 3314/2549ฎีกา 1590/2513ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 1229/2545ฎีกา 2812/2539ฎีกา 3231/2557ฎีกา 13566/2558ฎีกา 1030/2509ฎีกา 817/2490ฎีกา 1339/2543ฎีกา 8732/2549ฎีกา 2186/2550ฎีกา 891/2510ฎีกา 825/2509ฎีกา 6058/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 6625/2540ฎีกา 142/2530ฎีกา 2290/2535ฎีกา 5911-5913/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา