คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2739/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การฟ้องบังคับให้ส่งมอบทรัพย์สินที่ขาดอยู่จนครบตามสัญญา ไม่ใช่การฟ้องให้รับผิดเพื่อการที่ทรัพย์ขาดตกบกพร่องหรือล้ำจำนวน จึงไม่นำอายุความ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 467 มาใช้บังคับ
* หากคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งพร้อมจะส่งมอบทรัพย์สินตามสัญญา แต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่รับมอบ และต่อมาทรัพย์สินนั้นมีราคาสูงขึ้น การซื้อขายย่อมถือเป็นอันเลิกกันโดยปริยาย คู่สัญญาฝ่ายที่ไม่รับมอบไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยตกลงขายไม้ให้โจทก์ 6,000 ลูกบาศก์ฟุต โดยกำหนดส่งมอบไม้เป็น 2 งวด งวดละ 3,000 ลูกบาศก์ฟุตจำเลยส่งมอบไม้ให้โจทก์รับไปแล้ว 3,300 ลูกบาศก์ฟุตส่วนที่เหลือยังมิได้มีการส่งมอบ โจทก์จึงฟ้องบังคับให้จำเลยส่งมอบไม้ที่เหลือหรือใช้ค่าเสียหาย ดังนี้เป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยส่งมอบไม้ที่ยังขาดอยู่ให้โจทก์จนครบตามสัญญา มิใช่เป็นการฟ้องให้รับผิดเพื่อการที่ทรัพย์ขาดตกบกพร่องหรือล้ำจำนวนจะนำอายุความ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 467 มาใช้บังคับไม่ได้
จำเลยส่งมอบไม้ตามสัญญาซื้อขายให้โจทก์แล้วบางส่วน และต่อมาขอส่งมอบส่วนที่เหลือ โจทก์ขอลดราคา จำเลยไม่ยอม โจทก์จึงไม่รับมอบไม้ซึ่งจำเลยพร้อมที่จะส่งมอบให้โจทก์ตามสัญญา จนเวลาล่วงเลยไปเกือบ 7 เดือน ไม้ในท้องตลาดขึ้นราคาโจทก์จึงทวงถามจำเลยให้ส่งมอบไม้ที่เหลือ ดังนี้ถือได้ว่าการซื้อขายเป็นอันเลิกกันโดยปริยายแล้วโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ทำสัญญาซื้อไม้จากจำเลย 6,000 ลูกบาศก์ฟุตกำหนดส่งมอบเป็น 2 งวด งวดละ 3,000 ลูกบาศก์ฟุต จำเลยได้ส่งมอบไม้ให้โจทก์เพียง 3,300 ลูกบาศก์ฟุตแล้วไม่ส่งให้อีก จึงขอให้บังคับจำเลยส่งมอบไม้ที่เหลือหรือใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า จำเลยได้ขอส่งมอบไม้ที่เหลือให้โจทก์แล้ว แต่โจทก์ไม่ยอมรับเพราะขณะนั้นราคาไม้ตก โจทก์ขอให้จำเลยลดราคาให้ จำเลยไม่ตกลงจึงมิได้มีการส่งมอบ และได้เลิกสัญญาซื้อขายกันแล้ว ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินให้โจทก์ 8,010 บาท พร้อมดอกเบี้ย
โจทก์และจำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยส่งไม้ที่ยังขาดอยู่ให้โจทก์จนครบตามสัญญา มิใช่เป็นการฟ้องให้รับผิดเพื่อการที่ทรัพย์ขาดตกบกพร่องหรือล้ำจำนวน จะนำบทบัญญัติมาตรา 467 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับแก่กรณีเรื่องนี้ไม่ได้
ส่วนปัญหาที่ว่าได้มีการเลิกสัญญาซื้อขายกันแล้วหรือไม่นั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยพร้อมที่จะส่งมอบไม้ที่เหลือแก่โจทก์ขอให้จำเลยลดราคาให้จำเลยไม่ยอม โจทก์จึงไม่รับมอบไม้ แล้วจากนั้นอีกเกือบ 7 เดือน โจทก์จึงกลับมาทวงถามให้จำเลยส่งไม้ ถือได้ว่าการซื้อขายเป็นอันเลิกกันโดยปริยายแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหาย ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2739/2525
บริษัทเซาท์อีสเอเซียก่อสร้าง จำกัด โจทก์
บริษัทนครไทย จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทเซาท์อีสเอเซียก่อสร้าง จำกัด · จำเลย - บริษัทนครไทย จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพบูลย์ ไวกาสี · ประสาท บุณยรังษี · ชูเชิด รักตะบุตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา