คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2922/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เสียหายรู้เรื่องการกระทำความผิดแล้ว แต่ไม่ได้ร้องทุกข์ภายในกำหนด 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่อง การกระทำนั้นเป็นอันขาดอายุความตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
บริษัทผู้เสียหายรู้เรื่องจำเลยพนักงานขายรับเงินจากลูกค้าแล้วไม่นำส่งบริษัทก่อนวันที่ 3 กันยายน 2522 อันเป็นวันที่บริษัททำหนังสือมอบอำนาจให้ น. ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนการที่ น. ไปร้องทุกข์เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2523 จึงเกินกำหนด 3 เดือน คดีขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 เรียงกระทงลงโทษรวมจำคุก 2 ปี 4 เดือน 20 วัน ให้จำเลยรับผิดชดใช้ทรัพย์สินและเงินตามที่โจทก์ขอท้ายฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดีขาดอายุความพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีคงมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คดีขาดอายุความฟ้องร้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96โดยผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ภายในกำหนดเวลาสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว พยานโจทก์มีนายนริศ แก้วถวิล ซึ่งเป็นผู้จัดการแขวงลาดหญ้าอันเป็นสาขาของบริษัทผู้เสียหายเบิกความว่าเมื่อมารับตำแหน่งได้ตรวจสอบสินค้าพบว่ามีพนักงานรับของไปแต่ไม่ได้เอาไปมอบให้ลูกค้า และบางรายทำสัญญาเช่าซื้อและเก็บเงินจากลูกค้าแล้วไม่ส่งมอบให้บริษัท จึงรายงานบริษัทผู้เสียหาย บริษัทผู้เสียหายจึงมอบอำนาจให้นายนริศไปร้องทุกข์และดำเนินคดี ปรากฎตามหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ 3 กันยายน 2522 เอกสารหมาย จ.2 จำเลยถูกสั่งพักงานเมื่อ พ.ศ. 2522 นายผลและนายพิทยาพนักงานตรวจสอบบัญชีของบริษัทผู้เสียหาย ได้ตรวจสอบพบการทุจริตของจำเลยแล้วรายงานให้ผู้จัดการแขวงทราบ ผู้จัดการแขวงทราบเรื่องแล้วรายงานให้บริษัทผู้เสียหายทราบนายนริศมารับงานต่อจากผู้จัดการแขวงคนก่อน นายนริศร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2523 ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.3 นายพิทยา เย็นหนิง ซึ่งดำรงตำแหน่งพนักงานตรวจสอบบัญชีของบริษัทผู้เสียหายและมีหน้าที่ดูแลพนักงานขายที่ไปเก็บเงินจากลูกค้าเบิกความว่า จำเลยเป็นพนักงานขายคนหนึ่ง เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2522 ผู้จัดการแขวงของบริษัทผู้เสียหายไปตรวจสอบการชำระเงินของลูกค้าที่ซื้อสินค้าที่จำเลยนำไปขายให้ที่จังหวัดสมุทรสาคร นายพิทยามาตรวจสอบแล้ว พบว่ารายนางทองปลิว สร้อยทอง นายบุญที วาดี และนายทับ ดารา นั้น ได้ชำระเงินให้จำเลยและได้รับใบเสร็จรับเงินของบริษัทผู้เสียหายจากจำเลยแล้ว แต่จำเลยมิได้นำเงินที่ได้รับจากลูกค้าดังกล่าวส่งบริษัทผู้เสียหาย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่คนอื่นยังตรวจพบรายอื่น ๆ อีก จำเลยพ้นหน้าที่ประมาณเดือนพฤษภาคม 2522 ศาลฎีกา เห็นว่าจากหลักฐานพยานโจทก์ดังกล่าวฟังได้ว่าบริษัทผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดก่อนวันที่ 3 กันยายน 2522 อันเป็นวันที่บริษัทผู้เสียหายทำหนังสือมอบอำนาจให้นายนริศไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน การที่นายนริศไปร้องทุกข์เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2523 จึงเกินกำหนดเวลา 3 เดือน นับแต่บริษัทผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด คดีขาดอายุความฟ้องร้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ที่โจทก์ฎีกาว่าบริษัทผู้เสียหายเพิ่งรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิดเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2523 จึงได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้นายนริศไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแทนในวันที่ 11เมษายน 2523 นั้นไม่ตรงกับหลักฐานพยานโจทก์เองในท้องสำนวน เพราะหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ 3 กันยายน 2522 ตามเอกสารหมาย จ.2"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2922/2525
อัยการกรมอัยการ โจทก์
นายณรงค์ ชาวบางพลี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายณรงค์ ชาวบางพลี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อำนวย อินทุภูติ · สุทิน เลิศวิรุฬห์ · เริ่ม ธรรมดุษฎี |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา