คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3116/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีอาญาในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้วในความผิดอันเดียวกันและคดีนั้นได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดแล้ว จะต้องห้ามตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์เคยฟ้องจำเลยฐานทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยและคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ แม้ต่อมาผู้เสียหายถึงแก่ความตายเพราะบาดแผลที่ถูกจำเลยทำร้าย โจทก์จะฟ้องจำเลยฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาซึ่งเป็นการกระทำผิดกรรมเดียวกันในขณะที่คดีก่อนอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์อีกไม่ได้ เพราะถือว่าได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้วต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4)
(ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 3792/2524)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามกับพวกได้ร่วมกันเตะต่อยและใช้ไม้กระบองเป็นอาวุธตีทำร้ายร่างกายพันจ่าอากาศเอกจรัญ โดยมิได้มีเจตนาฆ่า ถูกที่บริเวณร่างกายหลายแห่ง จนเป็นเหตุให้พันจ่าอากาศเอกจรัญถึงแก่ความตายเพราะบาดแผลนั้น จำเลยทั้งสามเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยทั้งสามในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๕๕๘/๒๕๒๔ ของศาลจังหวัดน่าน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๒๙๐ และนับโทษจำเลยทั้งสามติดต่อกันด้วย
ศาลชั้นต้นสอบโจทก์และจำเลยทั้งสามต่างแถลงว่า โจทก์เคยฟ้องจำเลยทั้งสามในความผิดซึ่งได้กระทำในคราวเดียวกับคดีนี้มาแล้ว และศาลได้พิพากษาเสร็จเด็ดขาดตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๕๕๘/๒๕๒๔ ของศาลจังหวัดน่าน ขณะนี้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ กำลังรับโทษอยู่ ส่วนจำเลยที่ ๑ ได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีของโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙(๔) ให้ยกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏว่าโจทก์เคยฟ้องจำเลยทั้งสามฐานทำร้ายร่างกายพันจ่าอากาศเอกจรัญผู้เสียหายและศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสามไปแล้วตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๕๕๘/๒๕๒๔ ของศาลจังหวัดน่าน ต่อมาผู้เสียหายถึงแก่ความตายเพราะบาดแผลที่จำเลยทั้งสามทำร้ายร่างกาย โจทก์จึงฟ้องจำเลยทั้งสามฐานฆ่าผู้เสียหายโดยไม่เจตนาเป็นคดีนี้ในขณะที่คดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๕๕๘/๒๕๒๔ ของศาลจังหวัดน่านอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์เคยฟ้องจำเลยทั้งสามฐานทำร้ายร่างกายและศาลพิพากษาลงโทษไปแล้วเช่นนี้ ถือได้ว่ามีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้ว โจทก์จะนำคดีนี้ซึ่งเป็นการกระทำผิดกรรมเดียวกันมาฟ้องขอให้ลงโทษฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาอีกไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙(๔)
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3116/2525
พนักงานอัยการจังหวัดน่าน โจทก์
นายเชษฐา ไชยเพชร กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดน่าน · จำเลย - นายเชษฐา ไชยเพชร กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | แถมชัย สิทธิไตรย์ · ขจร หะวานนท์ · อำนัคฆ์ คล้ายสังข์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดน่าน - นายไพฤทธิ์ เศรษฐไกรกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร จันทรศักดิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา