⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2511/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2511/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้ค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานไม่มีบุริมสิทธิ แต่หนี้ค่าจ้างคนงานมีบุริมสิทธิในลำดับที่กฎหมายกำหนดไว้

ย่อคำพิพากษา

หนี้ค่าชดเชยของโจทก์ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ไม่เป็นบุริมสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 253 ส่วนหนี้ค่าจ้างคนงานที่จำเลยค้างชำระแก่โจทก์เป็นบุริมสิทธิตาม มาตรา 253(4) และมาตรา 257 วรรคสอง ซึ่งโจทก์มีบุริมสิทธิในมูลค่าจ้างนับถอยหลังไปสองเดือนแต่ไม่เกิน 150 บาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.2 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.253 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.257

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องมาจากศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ ๑จ่ายค่าจ้างค้างชำระและค่าชดเชยให้แก่โจทก์จำนวนหนึ่ง แต่จำเลยที่ ๑ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยที่ ๑ เพื่อขายทอดตลาด ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์อ้างว่า จำเลยที่ ๑ เป็นหนี้ผู้ร้องตามคำพิพากษาศาลแพ่งจำนวนหนึ่ง ผู้ร้องไม่สามารถจะเอาชำระหนี้จากทรัพย์สินของจำเลยที่ ๑ ในคดีนี้ได้ เนื่องจากทรัพย์สินของจำเลยที่ ๑ถูกโจทก์ยึด ทั้งจำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นใดพอที่จะยึดหรืออายัดเพื่อชำระหนี้แก่ผู้ร้องจนครบถ้วนได้ โจทก์คัดค้านว่า โจทก์เป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิ มีสิทธิได้รับชำระหนี้เต็มจำนวนก่อนเจ้าหนี้อื่น จำเลยที่ ๑ มีทรัพย์สินอื่นอีกพอที่ผู้ร้องจะบังคับคดีเอาได้สิ้นเชิง ขอให้ยกคำร้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ ไม่มีทรัพย์สินพอที่จะชำระหนี้ให้กับผู้ร้องโดยสิ้นเชิง ผู้ร้องจึงมีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์สินได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๐ จำเลยที่ ๑ เป็นหนี้ค่าจ้างและค่าชดเชยแก่โจทก์ โจทก์จึงมีบุริมสิทธิในมูลค่าจ้างเป็นเงิน๑๕๐ บาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๕๗ ให้กันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดไว้ ๑๕๐ บาทแก่โจทก์ก่อน ที่เหลืออนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยเงินที่ขายทอดตลาดได้ตามคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า บุริมสิทธิสามัญจะมีได้เฉพาะมูลหนี้ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๒๕๓ ซึ่งมี (๑) ค่าใช้จ่ายเพื่อประโยชน์อันร่วมกัน (๒) ค่าปลงศพ (๓) ค่าภาษีอากร (๔) ค่าจ้างเสมียน คนใช้และคนงาน (๕) ค่าเครื่องอุปโภคบริโภคอันจำเป็นประจำวัน หนี้ค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มิใช่มูลหนี้ดังที่บัญญัติไว้ในมาตราดังกล่าวจึงไม่เป็นบุริมสิทธิ ส่วนค่าจ้างคนงานนั้นเป็นบุริมสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๕๓(๔) ประกอบกับมาตรา ๒๕๗ วรรคสองซึ่งบัญญัติว่าบุริมสิทธิในมูลค่าจ้างคนงานนั้นใช้สำหรับเอาค่าจ้างนับถอยหลังขึ้นไปสองเดือน แต่ไม่ให้เกิน ๑๕๐ บาท ต่อคนงานคนหนึ่ง ๆ ซึ่งหมายความว่าบุริมสิทธิในมูลค่าจ้างคนงานนั้นให้นับถอยหลังไปสองเดือนแต่ถ้าหากค่าจ้างสองเดือนดังกล่าวมีจำนวนเงินเกินกว่า ๑๕๐ บาท ก็ให้มีบุริมสิทธิในมูลหนี้นั้นเพียง ๑๕๐ บาท โจทก์ได้รับค่าจ้างเดือนละ ๗,๗๑๕บาท ค่าจ้าง ๒ เดือนมีจำนวนมากกว่า ๑๕๐ บาท โจทก์จึงมีบุริมสิทธิในมูลค่าจ้าง ๑๕๐ บาท พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2511/2526 นายวัชราชัย สมิทธิกุล โจทก์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด ผู้ร้อง บริษัทคราวน์ฟรอสท์ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวัชราชัย สมิทธิกุล · ผู้ร้อง - ธนาคารกรุงไทย จำกัด · จำเลย - บริษัทคราวน์ฟรอสท์ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุสิต วราโห · ขจร หะวานนท์ · พิพัฒน์ จักรางกูร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายณรงค์ ตันติเตมิท · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 221-222/2525ฎีกา 174/2533ฎีกา 3766/2545ฎีกา 3591/2529ฎีกา 5759/2540ฎีกา 480/2525ฎีกา 2314/2525ฎีกา 2513/2544ฎีกา 2004/2527ฎีกา 3802/2527ฎีกา 271/2525ฎีกา 3583/2524ฎีกา 1479/2526ฎีกา 2911/2524ฎีกา 2078/2527ฎีกา 97-98/2529ฎีกา 1491/2526ฎีกา 1980/2540ฎีกา 4309/2541ฎีกา 7061/2540ฎีกา 839/2531ฎีกา 296-297/2525ฎีกา 1989/2535ฎีกา 3840/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา