⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3065/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3065/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. คำให้การของพยานในชั้นสอบสวนเป็นพยานบอกเล่า รับฟังได้แต่เพียงเป็นพยานประกอบคำเบิกความของพยานในชั้นศาลเท่านั้น 2. ในคดีอาญา โจทก์มีภาระหน้าที่ต้องนำพยานหลักฐานมาพิสูจน์ความผิดของจำเลย หากโจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิด ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

คำให้การของพยานในชั้นสอบสวนเป็นพยานบอกเล่า รับฟังได้แต่เพียงเป็นพยานประกอบคำเบิกความของพยานในชั้นศาล เมื่อคำเบิกความของพยานโจทก์ในชั้นศาลไม่มีผู้ใดรู้เห็นว่าจำเลยกระทำผิด ลำพังแต่บันทึกการจับกุมและคำให้การชั้นสอบสวนไม่พอฟังลงโทษจำเลยได้ ในคดีอาญา โจทก์มีภาระหน้าที่ต้องนำพยานหลักฐานมาสืบพิสูจน์ให้เห็นถึงความผิดของจำเลย เมื่อโจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิด แม้จำเลยจะไม่สืบพยานก็ลงโทษจำเลยไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.95

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ ได้ร่วมกันจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนันไฮโลแล้วเรียกร้องเอาเงินจากผู้ถูกจับกุม เมื่อผู้ถูกจับกุมให้เงินแก่จำเลยตามที่เรียกร้องแล้ว จำเลยก็ปล่อยตัวผู้ถูกจับกุมไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๙, ๑๕๗, ๘๓ จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๙ ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสาม จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในชั้นพิจารณาของศาล โจทก์มีร้อยตำรวจเอกพจน์ นายภาณุวัฒน์ และร้อยตำรวจโทไพฑูรย์ พนักงานสอบสวนคดีนี้มาเป็นพยานต่อศาล ตามคำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสามไม่มีพยานคนใดรู้เห็นเหตุการณ์ที่จำเลยทั้งสามพูดเรียกร้องเอาเงินจากนายเรียม นายชด นายสวง และบุคคลทั้งสามได้มอบเงินให้แก่จำเลยทั้งสามแต่อย่างใด โจทก์ไม่ได้ตัวนายเรียม นายชด นายสวง ซึ่งเป็นพยานสำคัญโดยเป็นผู้เสียหายที่รู้เห็นว่าจำเลยทั้งสามกระทำผิดมาสืบในชั้นศาล คงมีแต่บันทึกคำให้การของพยานเหล่านั้นในชั้นสอบสวนส่งเป็นพยานเท่านั้น เห็นว่าคำให้การในชั้นสอบสวนเป็นพยานบอกเล่าจะรับฟังได้แต่เพียงเป็นพยานประกอบคำเบิกความของพยานในชั้นศาล เมื่อคำเบิกความของพยานโจทก์ในชั้นศาลไม่มีผู้ใดรู้เห็นว่าจำเลยทั้งสามกระทำผิด โจทก์คงมีแต่บันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.๔ และคำให้การชั้นสอบสวนเป็นพยาน ฉะนั้น พยานหลักฐานของโจทก์จึงไม่พอฟังลงโทษจำเลยได้ แม้จำเลยทั้งสามจะมิได้สืบพยานก็เป็นภาระหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องนำพยานหลักฐานมาสืบพิสูจน์ให้เห็นถึงความผิดของจำเลย หาใช่เป็นหน้าที่ของจำเลยไม่ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3065/2526 พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ จ่าสิบตำรวจประมวล เอมนุช กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ · จำเลย - จ่าสิบตำรวจประมวล เอมนุช กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สหัส สิงหวิริยะ · อัมพล สุวรรณภักดี · เสนอ ศรนิยม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายไพโรจน์ วายุภาพ · ศาลอุทธรณ์ - นายประมาณ ชันซื่อ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 99/2541ฎีกา 185/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 3345/2535ฎีกา 824/2535ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 3026/2517ฎีกา 1148/2534ฎีกา 6911/2544ฎีกา 2963/2535ฎีกา 831/2541ฎีกา 726/2487ฎีกา 2813/2566ฎีกา 848/2545ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2292/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 2936/2543ฎีกา 3329/2550ฎีกา 2234/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา