คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3905/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยแต่งตั้งทนายความแล้ว ย่อมต้องรับผิดชอบในการกระทำของทนายความที่ตนแต่งตั้ง และจะอ้างว่าไม่ทราบล่วงหน้าเพื่อขอเลื่อนคดีไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยขอเลื่อนการสืบพยานจำเลยมาแล้ว 4 ครั้ง จนศาลมีคำสั่งกำชับว่านัดหน้าจะไม่ยอมให้เลื่อนคดีอีกไม่ว่าด้วยกรณีใด ๆ ครั้นถึงวันนัดตามที่เลื่อนมาทนายจำเลยกลับยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายจำเลยและจำเลยก็ไม่มาศาลตามพฤติการณ์เห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาประวิงคดีให้ชักช้า ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานจำเลยโดยถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบชอบแล้ว
ในวันนัดสืบพยานจำเลย. จำเลยและทนายจำเลยมิได้มาศาล เพียงแต่ทนายจำเลยมอบฉันทะให้เสมียนทนายนำคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายจำเลยมายื่นโดยมิได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีแต่ประการใด แม้คำร้องของทนายจำเลยที่ขอถอนตัวนั้นเท่ากับขอเลื่อนคดีอยู่ในตัว. แต่ตราบใดที่ศาลยังมิได้สั่งอนุญาตให้ถอนตัว ทนายจำเลยก็ยังมีฐานะเป็นคู่ความอยู่ ศาลย่อมมีอำนาจที่จะพิเคราะห์สั่งเกี่ยวกับการพิจารณาคดีได้ว่าสมควรจะให้เลื่อนไปหรือไม่
เมื่อจำเลยแต่งตั้งทนายความให้ว่าต่างและดำเนินกระบวนพิจารณาแทนตน ก็จะต้องรับผิดชอบในการกระทำของทนายความที่ตนแต่งตั้ง จำเลยจะอ้างว่าการที่ทนายจำเลยขอถอนตัวมิใช่ความผิดของจำเลยและจำเลยไม่ทราบล่วงหน้า ชอบที่ศาลจะให้สืบพยานจำเลยต่อไป หาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าที่ดินและอาคารของโจทก์โดยไม่มีกำหนดเวลา ต่อมาโจทก์จะขายที่ดินและอาคารดังกล่าว จึงได้บอกเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลยให้จำเลยขนย้ายออกไป จำเลยไม่ยอมออก ขอให้พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกไปและใช้ค่าเช่าที่ค้างกับค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า ได้ทำสัญญาเช่ากับโจทก์จริง แต่ที่ดินและอาคารพิพาทไม่ใช่ของโจทก์ โจทก์ไม่เคยบอกเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลย ทั้งไม่ได้บอกกล่าวเรื่องจะขายที่ดินและอาคารพิพาทให้จำเลยทราบตามเงื่อนไขในสัญญาเช่า ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว จำเลยขอเลื่อนสืบพยานจำเลยมาหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายทนายจำเลยขอถอนตัว ศาลเห็นว่าจำเลยจงใจประวิงคดี ถือได้ว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบ จึงให้งดสืบพยานจำเลยแล้วพิพากษาให้ขับไล่จำเลยกับบริวาร ให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างกับค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์ว่า การที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานจำเลยเป็นการไม่ชอบ
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่าในวันนัดสืบพยานจำเลย จำเลยและทนายจำเลย มิได้มาศาล เพียงแต่ทนายจำเลยมอบฉันทะให้เสมียนทนายนำคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายจำเลยมายื่นโดยมิได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีแต่ประการใด แม้คำร้องของทนายจำเลยที่ขอถอนตัวนั้นเท่ากับขอเลื่อนคดีอยู่ในตัว แต่ตราบใดที่ศาลยังมิได้สั่งอนุญาตให้ถอนตัว ทนายจำเลยก็ยังอยู่ในฐานะเป็นคู่ความอยู่ ศาลย่อมมีอำนาจที่จะพิเคราะห์สั่งเกี่ยวกับการพิจารณาคดีได้ว่าสมควรจะให้เลื่อนไปหรือไม่ คดีนี้จำเลยขอเลื่อนคดีมาแล้วถึง ๔ ครั้ง จนศาลชั้นต้นมีคำสั่งกำชับว่านัดหน้าจะไม่ยอมให้เลื่อนคดีอีกไม่ว่าด้วยกรณีใด ๆ ครั้นถึงวันนัดสืบพยานจำเลย ทนายจำเลยกลับยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายจำเลยและจำเลยก็ไม่มาศาล ตามพฤติการณ์เป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาประวิงคดีให้ชักช้า ที่จำเลยกล่าวในฎีกาว่า การที่ทนายจำเลยขอถอนตัวมิใช่ความผิดของจำเลยและจำเลยไม่ทราบล่วงหน้า ชอบที่ศาลจะให้สืบพยานจำเลยได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยแต่งตั้งทนายความให้ว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาแทนตน ก็จะต้องรับผิดชอบในการกระทำของทนายความที่ตนแต่งตั้ง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานจำเลยนั้นชอบแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3905/2526
นางจินดา อิศรางกูร ณ อยุธยา โจทก์
นายสม ด่านศิริชัย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางจินดา อิศรางกูร ณ อยุธยา · จำเลย - นายสม ด่านศิริชัย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศักดิ์ สนองชาติ · นิยม ติวุตานนท์ · ม.ร.ว.ชัยวัฒน์ ชมพูนุท |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสุรินทร์ มาศพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายดำรง สายเชื้อ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา