⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2065/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2065/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยอ้างข้อเท็จจริงขึ้นใหม่เพื่อสนับสนุนคำให้การของตน หน้าที่นำสืบย่อมตกอยู่แก่จำเลยซึ่งเป็นฝ่ายที่กล่าวอ้างข้อเท็จจริงขึ้นใหม่นั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยโดยอาศัยหลักฐานแห่งการ กู้ยืมเป็นหนังสือ จำเลยให้การว่าหลักฐานการกู้ยืมที่ทำ ขึ้นนั้นเป็นนิติกรรมอำพรางในการที่สามีโจทก์มอบเงินให้ จำเลยไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดหาหญิงส่งไปเป็นนางบำเรอพวก เศรษฐีในฮ่องกงเป็นมูลหนี้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงไม่มีมูลหนี้ต่อกัน โจทก์ไม่อาจฟ้องร้องบังคับคดีเอาแก่จำเลยได้ ดังนี้ เท่ากับจำเลยรับว่าได้ทำเอกสารซึ่งเป็นหลักฐานที่จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ไปตามฟ้องแล้ว แต่จำเลยกล่าวอ้างข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ว่าเป็นเงินที่สามีโจทก์มอบให้จำเลย เพื่อให้กระทำการในสิ่งที่ขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน เช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างใดๆเพื่อสนับสนุนคำให้การของ ตน หน้าที่นำสืบย่อมตกอยู่แก่จำเลยซึ่งเป็นฝ่ายที่กล่าวอ้างข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ ทั้งนี้ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.118 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ยืมเงินไปจากโจทก์จำนวนหนึ่ง ถึงกำหนดใช้คืนจำเลยผิดนัด โจทก์ทวงถาม จำเลยมีหลักฐานเป็นหนังสือขอผ่อนชำระหนี้แก่โจทก์เมื่อถึงกำหนดจำเลยไม่ชำระ ขอพิพากษาให้จำเลยชำระเงินยืมแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า หลักฐานการกู้ยืมเงินท้ายฟ้องเป็นนิติกรรมอำพราง การที่สามีโจทก์จ้างผู้มีชื่อจัดหาหญิงไปบำเรอเศรษฐีในฮ่องกง จำเลยเป็นผู้ค้ำประกันนิติกรรมการจ้างดังกล่าวจึงขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนไม่มีผลบังคับ โจทก์จำเลยจึงไม่มีมูลหนี้ต่อกัน ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาว่าที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยมีหน้าที่สืบก่อนนั้นเป็นการชอบหรือไม่ เห็นว่าโจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยโดยอาศัยหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือ จำเลยให้การว่าหลักฐานการกู้ยืมเงินที่ทำขึ้นนั้นเป็นนิติกรรมอำพรางในการที่สามีโจทก์มอบเงินให้จำเลยไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดหาหญิงส่งไปเป็นนางบำเรอพวกเศรษฐีในฮ่องกง เป็นมูลหนี้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงไม่มีมูลหนี้ต่อกัน โจทก์ไม่อาจฟ้องร้องบังคับคดีเอาแก่จำเลยได้ดังนี้ เท่ากับจำเลยรับว่าได้ทำเอกสารท้ายฟ้องซึ่งเป็นหลักฐานที่จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ไปตามฟ้องแล้ว แต่จำเลยกล่าวอ้างข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ว่าเป็นเงินที่สามีโจทก์มอบให้จำเลยเพื่อให้กระทำการในสิ่งที่ขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน เช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างใดๆ เพื่อสนับสนุนคำให้การของตนกฎหมายให้หน้าที่นำสืบข้อเท็จจริงนั้นตกอยู่แก่คู่ความฝ่ายที่กล่าวอ้าง ทั้งนี้ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๔ในกรณีนี้หน้าที่นำสืบย่อมตกอยู่แก่จำเลยซึ่งเป็นฝ่ายที่กล่าวอ้างข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ ที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อนนั้นเป็นการชอบแล้วและวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้กู้ยืมเงินโจทก์ไปจริงแล้วยังไม่ได้ชำระคืน จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้เงินให้แก่โจทก์ตามฟ้อง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2065/2527 นางนิตยา สลับศรี โจทก์ นายจินดา กุลวณิชย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางนิตยา สลับศรี · จำเลย - นายจินดา กุลวณิชย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สหัส สิงหวิริยะ · ปรีชา พานิชวงศ์ · เสนอ ศรนิยม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายปลิว พลชัย · ศาลอุทธรณ์ - นายทวี น้อมไสว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3245/2534ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 2135/2518ฎีกา 548/2522ฎีกา 4041/2542ฎีกา 794/2509ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 3649/2525ฎีกา 2657/2534ฎีกา 306/2506ฎีกา 70/2518ฎีกา 4007/2552ฎีกา 2170/2517ฎีกา 3024/2528ฎีกา 1776/2541ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา