คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3028/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมจำนวนเงินในสัญญากู้ยืมเงินโดยจำเลยมิได้รู้เห็นยินยอม เป็นการทำเอกสารปลอม แต่ไม่ทำให้หลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินที่สมบูรณ์อยู่แล้วเสียไป จำเลยจึงต้องรับผิดตามจำนวนเงินที่แท้จริงที่กู้ยืมไป.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้ 16,000 บาท จำเลยให้การว่าความจริงกู้เพียง 6,000 บาท ปรากฏว่าเอกสารหลักฐานแห่งการกู้เดิมเป็นแบบพิมพ์สัญญากู้เงิน เมื่อจำเลยเขียนเลข '6,000' ในช่องจำนวนเงินที่กู้ยืมและเซ็นชื่อในช่องผู้กู้ยืม และได้ความว่าจำเลยยืมเงินของผู้อื่นไป 6,000 บาท ถือได้ว่ามีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือ ซึ่งจำเลยจะต้องรับผิดแล้ว แม้ต่อมาโจทก์จะลงวันที่กู้ยืมผิดไปจากวันกู้ที่แท้จริงและเพิ่มเติมจำนวนเงินกู้ให้สูงขึ้น โดยจำเลยมิได้รู้เห็นยินยอมซึ่งทำให้หลักฐานแห่งการกู้ยืมดังกล่าวเป็นเอกสารปลอม ก็ไม่ทำให้หลักฐานแห่งการกู้ยืมที่สมบูรณ์อยู่แล้วเสียไป จำเลยจึงต้องรับผิดตามหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงิน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไป ๑๖,๐๐๐ บาท ดอกเบี้ยร้อยละ๑๕ ต่อปี ตามสำเนาสัญญากู้เงินท้ายฟ้อง จำเลยไม่เคยชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้โจทก์ โจทก์ทวงถามแล้วไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินต้นและดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ ๖,๐๐๐ บาท ทำสัญญากู้เงินให้โจทก์ยึดถือไว้ โจทก์คิดดอกเบี้ยร้อยละ ๓ ต่อเดือน ข้อความตามสัญญากู้เงินที่โจทก์นำมาฟ้อง โจทก์กรอกเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลย ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ลงวันที่กู้ยืมผิดจากวันกู้จริง โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยยินยอมด้วย เป็นการปลอมสัญญากู้ โจทก์ไม่อาจนำสัญญาปลอมมาเป็นหลักฐานในการฟ้องร้อง พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน ๖,๐๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เอกสารหมาย จ.๑ เดิมเป็นแบบพิมพ์สัญญากู้เงินเมื่อจำเลยเขียนเลข "๖,๐๐๐" ในช่องจำนวนเงินที่กู้ยืม และเซ็นชื่อในช่องผู้กู้ยืมเงิน ก็ได้ความว่าจำเลยได้กู้ยืมเงินของผู้อื่นไป ๖,๐๐๐ บาท ถือได้ว่ามีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือซึ่งจำเลยจะต้องรับผิดแล้ว แม้ต่อมาโจทก์จะลงวันที่กู้ยืมผิดไปจากวันกู้ที่แท้จริงและเพิ่มเติมจำนวนเงินกู้ให้สูงขึ้น โดยจำเลยมิได้รู้เห็นยินยอมซึ่งทำให้หลักฐานแห่งการกู้ยืมดังกล่าวเป็นเอกสารปลอม แต่การกระทำของโจทก์ดังกล่าวก็ไม่ทำให้หลักฐานแห่งการกู้ยืมที่จำเลยทำไว้เดิมและสมบูรณ์อยู่แล้วเสียไป จำเลยจึงต้องรับผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3028/2527
นางสังเวียน เนตรสังข์ โจทก์
นายแสวง มะโหฬาร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสังเวียน เนตรสังข์ · จำเลย - นายแสวง มะโหฬาร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อาจ ปัญญาดิลก · ไพศาล สว่างเนตร · ดำรง สายเชื้อ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายสุรพล เจียมจูไร · ศาลอุทธรณ์ - นายจรัส อุดมวรชาติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา