⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3394/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3394/2527

ป.พ.พ. ม.7, 112, 150 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.55, 60, 142 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* หนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทและหนังสือมอบอำนาจประกอบคำเบิกความของ ผู้รับมอบอำนาจ เป็นพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟังได้ว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลและมอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจฟ้องคดีแทนจริง โดยไม่จำเป็นต้องนำหุ้นส่วนผู้จัดการและนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทมาสืบประกอบ * ข้อสัญญาเช่าซื้อที่กำหนดให้ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิตีราคารถพร้อมอุปกรณ์ได้แต่เพียงผู้เดียวโดยถือเป็นเด็ดขาด และเมื่อหักกับราคาที่ชำระแล้วยังคงเป็นหนี้อยู่ ผู้ให้เช่าซื้อก็ฟ้องร้องบังคับคดีได้ทันทีนั้น เป็นการกำหนดค่าเสียหายวิธีหนึ่ง หากกำหนดไว้สูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ * กรณีเป็นเรื่องของห้างหุ้นส่วนโดยเฉพาะ ไม่ใช่กิจการส่วนตัวของหุ้นส่วนผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการไม่มีอำนาจฟ้องคดีแทนห้าง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์มีหนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครและหนังสือมอบอำนาจประกอบคำเบิกความของ ค. ผู้รับมอบอำนาจเป็นพยานโดยจำเลยมิได้นำสืบหักล้างแต่ประการใด ย่อม เป็นการเพียงพอที่ฟังได้ว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลและมอบอำนาจ ให้ ค.ฟ้องคดีแทนจริง โดยไม่จำเป็นต้องนำหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างโจทก์และ นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครมาสืบประกอบ แม้โจทก์มิได้ลงชื่อในสัญญาเช่าซื้อ แต่โจทก์มอบอำนาจให้ค. เป็นผู้มีอำนาจลงชื่อทำสัญญาเช่าซื้อแทนได้ โจทก์ จึงมีอำนาจฟ้อง ข้อสัญญาเช่าซื้อรถที่กำหนดว่า ผู้เช่าซื้อไม่ชำระราคา เช่าซื้อ 2 งวดติดต่อกัน สัญญาเป็นอันสิ้นสุดลง ผู้ให้เช่าซื้อชอบที่จะเอารถพร้อมอุปกรณ์คืนได้ และ ผู้เช่าซื้อยอมให้ผู้ให้เช่าซื้อตีราคารถพร้อมอุปกรณ์ได้แต่ เพียงผู้เดียวโดยถือเป็นเด็ดขาด และเมื่อคิดหักกับราคาที่ผู้เช่าซื้อได้ผ่อนชำระบางส่วนแล้วผู้เช่าซื้อยังคงเป็นหนี้อยู่ ก็ยินยอมให้ผู้เช่าซื้อฟ้องร้องบังคับคดีเอาแก่ผู้เช่าซื้อได้ทันทีนั้น เป็นเรื่องที่ผู้เช่าซื้อสมัครใจทำสัญญาเสียเปรียบเอง หาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนไม่ ข้อสัญญาดังกล่าวเป็นวิธีการกำหนดค่าเสียหายวิธีหนึ่ง มีลักษณะเป็นการกำหนดเบี้ยปรับถ้าหากกำหนดไว้สูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ และข้อสัญญานี้มิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ จะใช้อัตราร้อยละ 15 ต่อปี ตามสัญญาซึ่งกำหนดไว้ใน กรณีที่ผู้เช่าซื้อค้างชำระเงินค่าเช่าซื้อหาได้ไม่ ต้องใช้อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 โจทก์ที่ 2 แม้จะเป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดและเป็นผู้จัดการของห้างโจทก์ที่ 1 ก็ตาม หากกรณี เป็นเรื่องของห้างโจทก์ที่ 1 โดยเฉพาะ ไม่ใช่กิจการ ส่วนตัวของโจทก์ที่ 2.โจทก์ที่ 2 ไม่มีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.60 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.7 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.112 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.150 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.383 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.574 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.798 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1049

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.60 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถแบบดันพร้อมตีนตะขาบจากโจทก์ที่ ๑ จำนวน ๑ คัน ราคา ๔๖๐,๐๐๐ บาท ชำระเงินในวันทำสัญญา ๖๐,๐๐๐ บาท ที่เหลือผ่อนชำระเป็น ๑๒ งวด งวดละเดือน มีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ ๑ ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อเพียง ๑๙๐,๐๐๐ บาท แล้วผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้ออีกต่อไป คงค้างชำระค่าเช่าซื้อ ๒๑๐,๐๐๐ บาท ต่อมาจำเลยที่ ๑นำรถมาคืนให้โจทก์ โจทก์ประเมินราคารถพร้อมอุปกรณ์ได้ราคา ๑๐๐,๐๐๐ บาทหักกับค่าเช่าซื้อและดอกเบี้ยที่ค้างชำระแล้ว จำเลยที่ ๑ ยังเป็นหนี้โจทก์อยู่๑๒๖,๒๕๒.๙๘ บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าซื้อรถพิพาทจริง แต่ผู้ลงนามในสัญญาเช่าซื้อของโจทก์มิใช่กรรมการหรือผู้มีอำนาจของห้างโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ได้รับคืนไปแล้วหักค่าเสื่อมราคาแล้ว ราคารถขณะที่รับคืนไปควรจะเป็น ๓๓๗,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ชำระค่าเช่าซื้อไปแล้ว ๒๕๐,๐๐๐ บาทจึงเป็นจำนวนเงินเกินกว่าค่าเสียหายที่โจทก์จะพึงได้รับ จำเลยที่ ๑ ไม่ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายอีก จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินที่ค้างกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ถ้าจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระให้จำเลยที่ ๒ชำระแทน ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ ๒ โจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ ได้ทำหนังสือสัญญาเช่าซื้อรถแบบดันพร้อมตักตีนตะขาบจากโจทก์ที่ ๑ เป็นเงิน ๔๖๐,๐๐๐ บาทชำระค่าเช่าซื้อในวันทำสัญญา ๖๐,๐๐๐ บาท ที่เหลืออีก ๔๐๐,๐๐๐ บาทผ่อนชำระ ๑๒ เดือน จำเลยที่ ๑ ชำระค่าเช่าซื้อถึงงวดเดือนกรกฎาคม ๒๕๒๑ แล้วไม่ชำระค่าเช่าซื้ออีกเลยจนวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๒๒จำเลยที่ ๑ จึงนำรถไปคืนให้แก่โจทก์รวมเป็นเงินที่จำเลยที่ ๑ ชำระทั้งหมด ๒๕๐,๐๐๐ บาท คงขาดไป ๒๑๐,๐๐๐ บาท แล้ววินิจฉัยว่าตามฎีกาของจำเลยที่ ๑ ว่าโจทก์มิได้นำนายกมลหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างโจทก์ที่ ๑และมิได้นำนายทะเบียนมาสืบ จึงรับฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลและมอบอำนาจให้นายคุนน้ำเป็นผู้ฟ้องคดีแทนนั้น เห็นว่าโจทก์มีหนังสือมอบอำนาจและหนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครประกอบคำเบิกความของนายคุนน้ำเป็นพยานโดยที่จำเลยมิได้นำสืบหักล้างแต่ประการใด ย่อมเป็นการเพียงพอที่จะเชื่อได้ว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลและมอบอำนาจให้นายคุนน้ำฟ้องคดีแทนจริงโดยไม่จำเป็นต้องนำนายกมลและนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครมาสืบประกอบก็รับฟังได้ ที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะมิได้ลงชื่อในสัญญาเช่าซื้อนั้น ปรากฏว่าโจทก์ได้มอบอำนาจตามเอกสารหมาย จ.๓ ให้นายคุนน้ำเป็นผู้มีอำนาจลงชื่อทำสัญญาให้เช่าซื้อแทนได้ จำเลยมิได้นำสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่นทั้งในขณะทำสัญญาเช่าซื้อก็มิได้โต้แย้งความข้อนี้ คดีจึงฟังได้ว่านายคุนน้ำได้ลงชื่อในสัญญาเช่าซื้อแทนโจทก์ โจทก์มีอำนาจฟ้องได้ ที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่าสัญญาเช่าซื้อตามเอกสารหมาย จ.๔ ข้อ ๖ ที่ให้เช่าซื้อตีราคารถพร้อมทั้งอุปกรณ์ที่ผู้ให้เช่าซื้อเอาคืนและครอบครองนั้นได้แต่เพียงผู้เดียว โดยถือเป็นเด็ดขาด และเมื่อผู้ให้เช่าซื้อคิดหักกับราคาที่ผู้เช่าซื้อได้ผ่อนชำระมาบางส่วนแล้ว ปรากฏว่าผู้เช่าซื้อยังคงเป็นหนี้อยู่ผู้เช่าซื้อก็ยินยอมให้ผู้ให้เช่าซื้อฟ้องร้องบังคับเอาแก่ผู้เช่าซื้อได้ทันทีเป็นการให้อำนาจผู้ให้เช่าซื้อตีราคาตามอำเภอใจเป็นการเอาเปรียบผู้เช่าซื้อเป็นโมฆะศาลอุทธรณ์ต้องรับวินิจฉัยให้เพราะเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนไม่ต้องห้ามอุทธรณ์นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าข้อที่จำเลยที่ ๑ยกขึ้นอ้างดังกล่าวมานั้นหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนไม่เป็นเรื่องที่จำเลยที่ ๑ สมัครใจทำสัญญาเสียเปรียบเอง เมื่อจำเลยที่ ๑ มิได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไว้ในคำให้การ ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยจึงชอบแล้ว ในเรื่องค่าเสียหายศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เรื่องนี้โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยตามสัญญาเช่าซื้อ ในกรณีผิดสัญญาได้มีการตกลงกันไว้ในสัญญาข้อ ๕ ว่าถ้าผู้เช่าซื้อไม่ชำระค่าเช่าซื้อเป็นเวลา ๒ งวดติดต่อกันสัญญาเป็นอันสิ้นสุดลงโดยพลัน ผู้ให้เช่าซื้อชอบที่จะเอาคืนรถพร้อมทั้งอุปกรณ์ได้ ข้อ ๖ ว่าเมื่อผู้ให้เช่าซื้อเอารถพร้อมอุปกรณ์คืนตามข้อ ๕ แล้วผู้เช่าซื้อยอมให้ผู้ให้เช่าซื้อตีราคารถพร้อมอุปกรณ์ได้แต่เพียงผู้เดียว เมื่อคิดหักกับราคาที่ผู้เช่าซื้อได้ผ่อนชำระมาบางส่วนแล้ว ปรากฏว่าผู้เช่าซื้อยังคงเป็นหนี้อยู่ก็ยอมให้ฟ้องร้องเอาแก่ผู้เช่าซื้อได้ทันที ข้อสัญญาดังกล่าวเป็นวิธีการกำหนดค่าเสียหายวิธีหนึ่งมี ลักษณะเป็นการกำหนดเบี้ยปรับ จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดตามสัญญาดังกล่าว ซึ่งสัญญาข้อนี้มิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้จะใช้อัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปีตามสัญญาข้อ ๑๐ ไม่ได้ต้องใช้อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗ ที่โจทก์ที่ ๒ ฎีกาว่าควรมีอำนาจฟ้องในฐานะส่วนตัวด้วยนั้น เห็นว่าแม้โจทก์ที่ ๒ จะเป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดและเป็นผู้จัดการของห้างโจทก์ที่ ๑ ก็ตาม แต่กรณีนี้หาใช่กิจการส่วนตัวของโจทก์ที่ ๒ ไม่เป็นเรื่องของโจทก์ที่ ๑ โดยเฉพาะ โจทก์ที่ ๒ ไม่มีอำนาจฟ้องในฐานะส่วนตัว พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๑๑๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ถ้าจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระ ให้จำเลยที่ ๒ชำระแทน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3394/2527 ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลกมลแทรกเตอร์ อิมปอร์ตเอ๊กซ์ปอร์ต กับพวก โจทก์ นายสุรพงษ์ จาริไพบูลย์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลกมลแทรกเตอร์ อิมปอร์ตเอ๊กซ์ปอร์ต กับพวก · จำเลย - นายสุรพงษ์ จาริไพบูลย์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสนอ ศรนิยม · โสภณ รัตนากร · สหัส สิงหวิริยะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประเสริฐ อัดชู · ศาลอุทธรณ์ - นายศิลปชัย มัทธุรศ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6339/2538ฎีกา 6370-6371/2550ฎีกา 5692/2538ฎีกา 1042/2531ฎีกา 681/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 99/2541ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1452/2511ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 170/2546ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7903/2568ฎีกา 3099/2524ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1889/2511ฎีกา 1079/2497ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2026/2494ฎีกา 1083/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา