คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 608/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการเป็นใบอนุญาตที่ออกให้เฉพาะตัวผู้ขออนุญาตและสถานที่ตั้ง สัญญาโอนใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการจึงตกเป็นโมฆะเพราะมีวัตถุประสงค์ต้องห้ามโดยกฎหมายและขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน
ย่อคำพิพากษา
ผู้ได้รับอนุญาตให้ตั้งสถานบริการต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดและมีหน้าที่ต้องปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติตามที่กฎหมายบังคับหรือห้ามไว้ ถ้าฝ่าฝืนก็มีโทษทางอาญา ทั้งพระราชบัญญัติสถานบริการไม่มีบทบัญญัติว่าด้วยการโอนใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการไว้ แสดงให้เห็นว่าเป็นใบอนุญาตที่ออกให้เฉพาะตัวผู้ขออนุญาตที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและอาคารสถานที่ตั้งก็ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยและศีลธรรม วัฒนธรรมและประเพณีอันดีของชาติ ผู้ได้รับอนุญาตจะโอนสิทธิตามใบอนุญาตให้บุคคลอื่นหาได้ไม่ สัญญาโอนใบอนุญาตจึงเป็นสัญญาที่มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายและขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ย่อมตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดและเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ ๔ เป็นหุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิด จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ได้เชิดและยอมให้จำเลยที่ ๔ แสดงออกต่อบุคคลภายนอกว่าจำเลยที่ ๔ เป็นผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ ตลอดจนยอมให้จำเลยที่ ๔สอดเข้าเกี่ยวข้องจัดการงานแทนตลอดมา จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการสถานบริการ"นิวกิมซัว" โดยได้รับอนุญาตให้ตั้งโดยถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน๒๕๒๒ จำเลยที่ ๔ ผู้ถือใบอนุญาตตั้งสถานบริการดังกล่าวแทนจำเลยที่ ๑ด้วยความยินยอมของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ได้ทำสัญญาโอนกิจการสถานบริการพร้อมใบอนุญาต "นิวกิมซัว" ให้โจทก์ โดยยอมรับเงินค่าตอบแทน ๘๐๐,๐๐๐ บาท วางมัดจำไว้ในวันทำสัญญา ๕๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๔ สัญญาว่าจะให้โจทก์เข้าเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการจำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ จะถอนตัวออกให้โจทก์เข้าดำเนินการแทน และจะดำเนินการในเรื่องใบอนุญาตด้วย จำเลยที่ ๔ ให้โจทก์หาสถานที่ใหม่ โจทก์จึงได้จัดการดัดแปลงอาคารของโจทก์เพื่อรับกิจการใหม่โดยใช้เงินไป ๕๐๐,๐๐๐ บาท ต่อมาจำเลยผิดสัญญา ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้ศาลพิพากษาบังคับ
จำเลยทั้งสี่ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ไม่เคยเชิดจำเลยที่ ๔ หรือยินยอมให้จำเลยที่ ๔ แสดงต่อบุคคลภายนอกเสมือนว่าเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างจำเลยที่ ๑จำเลยได้ตกลงโอนใบอนุญาตตั้งสถานบริการ "นิวกิมซัว" ให้แก่โจทก์โดยตกลงค่าตอบแทน ๘๐๐,๐๐๐ บาทจริง และจำเลยจะได้ยื่นคำร้องต่อทางราชการขอย้ายกิจการสถานบริการ "นิวกิมซัว" ไปยังอาคารสถานบริการนวดแผนโบราณของโจทก์ที่โจทก์ดำเนินกิจการอยู่โดยไม่มีใบอนุญาต เมื่อจำเลยยื่นคำร้องแล้วโจทก์จะจ่ายเงินให้เป็นค่าตอบแทน ๕๕๐,๐๐๐ บาท ส่วนที่เหลือจะจ่ายให้เมื่อทางราชการอนุญาตให้จำเลยย้ายสถานบริการและโจทก์เริ่มประกอบกิจการตามใบอนุญาตได้จำเลยได้ยื่นคำร้องขอย้ายสถานบริการตามที่ตกลงกับโจทก์แล้ว แต่โจทก์ไม่ยอมชำระเงินตามที่ตกลงกันไว้ จำเลยจึงได้ขอยกเลิกคำร้องขอย้ายสถานบริการดังกล่าวโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันจดทะเบียนโอนและส่งมอบกิจการโรงน้ำชาตามฟ้องพร้อมด้วยใบอนุญาตให้โจทก์ ให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ถอนจากการเป็นหุ้นส่วนของห้างจำเลยที่ ๑ และดำเนินการให้โจทก์เข้าเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ หากจำเลยทั้งสี่ไม่สามารถปฏิบัติได้ ก็ให้คืนมัดจำและชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยร่วมกันคืนเงินมัดจำและชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย
โจทก์และจำเลยทั้งสี่ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าโจทก์ฟ้องบังคับจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ให้ถอนตัวออกจากการเป็นหุ้นส่วนของห้างจำเลยที่ ๑ และดำเนินการให้โจทก์เข้าเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการแทน เพื่อเข้าดำเนินกิจการโรงน้ำชานิวกิมซัว ตามที่จำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๔ ได้รับอนุญาตให้ตั้งขึ้น ทั้งในสัญญาโอนกิจการสถานบริการนิวกิมซัวมีข้อความว่าจำเลยที่ ๔ตกลงยอมโอนกิจการใบอนุญาตโรงน้ำชานิวกิมซัวให้โจทก์ สัญญาดังกล่าวจึงมีลักษณะเป็นการขอให้จำเลยโอนสิทธิการได้รับอนุญาตให้ตั้งสถานบริการของห้าง จำเลยที่ ๑ให้โจทก์เข้าดำเนินการในสถานที่ของโจทก์ โดยผู้รับอนุญาตไม่มีสิทธิเกี่ยวข้องด้วย ผลประโยชน์ทั้งหมดเป็นของโจทก์ อาศัยแต่เพียงใบอนุญาตของจำเลยที่ ๑โดยจำเลยที่ ๔ เป็นผู้แทนคุ้มครองสถานบริการที่โจทก์ดำเนินการเท่านั้น จึงเป็นการหลีกเลี่ยงและฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. ๒๕๐๙มาตรา ๔ ที่บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดตั้งสถานบริการเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ การขออนุญาตก็จะต้องดำเนินการตามวิธีการที่กฎหมายกำหนด หากปฏิบัติฝ่าฝืนมีโทษทางอาญาและผู้ได้รับอนุญาตยังมีหน้าที่ต้องปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติตามที่กฎหมายบังคับหรือห้ามไว้ทั้งพระราชบัญญัติสถานบริการไม่มีบทบัญญัติว่าด้วยการโอนใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการไว้แสดงให้เห็นว่าใบอนุญาตตั้งสถานบริการเป็นใบอนุญาตที่พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาออกให้เฉพาะตัวผู้ขออนุญาตที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและอาคารที่ตั้งสถานบริการก็ต้องมีลักษณะตามมาตรา ๗ เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อย ศีลธรรม วัฒนธรรม และประเพณีอันดีของชาติดังเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติสถานบริการ ดังนี้ เห็นได้ว่า การได้รับอนุญาตให้ตั้งสถานบริการเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้ได้รับอนุญาตจะโอนสิทธิตามใบอนุญาตนั้นให้บุคคลอื่นหาได้ไม่ ฉะนั้นสัญญาโอนกิจการโรงน้ำชานิวกิมซัว จึงเป็นสัญญาที่มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายและขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๓โจทก์เรียกค่าเสียหายไม่ได้ ส่วนเงินมัดจำเมื่อโอนกิจการให้โจทก์ไม่ได้โดยผลของกฎหมายดังกล่าวจำเลยต้องคืนมัดจำแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย
พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยคืนมัดจำพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 608/2527
นายปอ บัณฑิตตระกูล โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัดนิวกิมซัว กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายปอ บัณฑิตตระกูล · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดนิวกิมซัว กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุดม บรรลือสินธุ์ · ยนต์ พิรวินิจ · พจน์ บุญเลี้ยง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายเคลื่อน วัฒนเมธียานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายโกมล อิศรางกูร ณ อยุธยา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา