คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 137/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงได้ และอีกฝ่ายหนึ่งได้แสดงออกโดยพฤติการณ์ว่าไม่ติดใจที่จะเรียกร้องให้ปฏิบัติตามข้อตกลงนั้นอีกต่อไป ถือว่าข้อตกลงนั้นเป็นอันยกเลิกโดยปริยาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ไม่สามารถโอนสิทธิการเช่าตึกแถวให้จำเลยภายในกำหนดตามบันทึกข้อตกลงการโอนสิทธิการเช่า จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ต่อมาบริษัท ช. ตกลงซื้อที่ดินพร้อมตึกแถวที่โจทก์ไม่สามารถโอนสิทธิการเช่าให้จำเลยได้เป็นกรรมสิทธิ์เสียเอง เป็นข้อตกลงที่แสดงว่าฝ่ายจำเลยมิได้ใส่ใจที่จะเรียกร้องให้โจทก์ชำระหนี้ตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าวไม่ว่าด้วยการโอนสิทธิการเช่า หรือชำระค่าเสียหาย ส่วนทางโจทก์เมื่อไม่สามารถโอนสิทธิการเช่าได้และถูกบอกเลิกสัญญาเช่าแล้วก็เงียบหายไป มิได้ติตด่อกับจำเลยอีก พฤติการณ์ที่เป็นดังนี้ ถือได้ว่าบันทึกข้อตกลงการโอนสิทธิการเช่าเป็นอันยกเลิกโดยปริยาย โจทก์จะอาศัยสิทธิตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าวมาเป็นมูลฟ้องจำเลยหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้เช่าตึกแถวห้องเลขที่ ๒๔๑ จากกองมรดกของพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๒๓ จำเลยทำสัญญากับโจทก์รับโอนสิทธิการเช่าตึกแถวดังกล่าว โดยให้ค่าตอบแทนแก่โจทก์ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนค่าธรรมเนียมโอนสิทธิการเช่าเป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท จำเลยจะเป็นผู้ชำระ ตกลงจะโอนและรับโอนภายใน ๑ เดือน นับแต่วันทำสัญญา ฝ่ายใดผิดสัญญาอีกฝ่ายหนึ่งฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ครั้นวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๒๓ จำเลยให้บริษัทห้างเซ็นทรัลดีพาทเมนท์สโตร์ จำกัด ชำระค่าตอบแทนแก่โจทก์ ๖๐๐,๐๐๐ บาท ที่เหลือและค่าธรรมเนียมการโอนจะชำระให้โจทก์ในวันที่กองมรดกผู้ให้เช่าทำบันทึกให้ความยินยิมในการโอนสิทธิการเช่า ครั้นวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๒๓ โจทก์ทำบันทึกการโอนสิทธิการเช่าให้แก่จำเลย และผู้จัดการมรดกของพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถยินยอมให้โจทก์โอนสิทธิการเช่าแก่จำเลยได้ แต่จำเลยกลับผิดสัญญาไม่ชำระค่าตอบแทนที่เหลือ และค่าธรรมเนียมการโอนซึ่งโจทก์ได้ชำระแก่ผู้จัดการมรดกแทนจำเลยไปแล้ว ทั้งยังต้องชำระค่าเสียหายให้โจทก์ตามสัญญาอีกจึงขอไห้บังคับจำเลยชำระแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า จำเลยทำสัญญากับโจทก์ในนามของบริษัทห้างเซ็นทรัลดีพาทเมนท์สโตร์ จำกัด จึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาที่ไม่อาจปฏิบัติตามสัญญาได้ภายในกำหนดเวลา สัญญาได้ยกเลิกไปแล้ว ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในประเด็นที่ว่าบันทึกข้อตกลงการโอนสิทธิการเช่าตึกแถวตามเอกสารหมาย จ.๓ ยังมีผลใช้บังคับอยู่หรือไม่นั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ไม่สามารถโอนสิทธิการเช่าตึกแถวให้จำเลยภายในกำหนดตามบันทึกข้อตกลงการโอนสิทธิการเช่า จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาการที่บริษัทห้างเซ็นทรัลดีพาทเมนท์สโตร์ จำกัด ตกลงซื้อที่ดินพร้อมตึกแถวที่โจทก์ไม่สามารถโอนสิทธิการเช่าให้จำเลยได้เป็นกรรมสิทธิเสียเองตามสัญญาจะซื้อขายเอกสารหมาย ล.๖ เป็นข้อที่แสดงว่าฝ่ายจำเลยมิได้ใส่ใจที่จะเรียร้องให้โจทก์ผู้เป็นฝ่ายผิดสัญญาชำระหนี้ตามบันทึกข้อตกลงเอกสารหมาย จ.๓ ประการใด ไม่ว่าด้วยการโอนสิทธิการเช่า หรือชำระค่าเสียหาย ส่วนทางด้านโจทก์เมื่อไม่สามารถโอนสิทธิการเช่าได้ตามบันทึกข้อตกลงเอกสารหมาย จ.๓ และถูกนายสมนึกผู้รับมอบอำนาจจากผู้จัดการมรดกของพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถบอกเลิกสัญญาเช่าแล้วก็เงียบหายไป มิได้ติดต่อกับนายสมนึกหรือจำเลยประการใดอีกพฤติการณ์ที่เป็นดังนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า บันทึกข้อตกลงเอกสารหมาย จ.๓ เป็นอันยกเลิกโดยปริยาย โจทก์จะอาศัยสิทธิตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าวมาเป็นมูลฟ้องจำเลยหาได้ไม่
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 137/2528
นายวิชัย รังนกใต้ โจทก์
นายวันชัย จิราธิวัฒน์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายวิชัย รังนกใต้ · จำเลย - นายวันชัย จิราธิวัฒน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จุนท์ จันทรวงศ์ · สหัส สิงหวิริยะ · สกุล เศรษฐสุข |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง นายชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายเพียร สุมิระ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา