คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2978/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาที่บุคคลหนึ่งออกเงินให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี โดยมีเจตนาจะได้รับประโยชน์ตอบแทนเป็นทรัพย์สินที่พิพาทกันในคดีนั้น เป็นโมฆะเพราะขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน และเงินที่ได้ชำระไปแล้วก็ไม่อาจเรียกคืนได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ไม่มีส่วนได้เสียในที่ดินและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในมูลคดีที่จำเลยกับนายทรัพย์พิพาทกัน โจทก์ออกเงินให้จำเลยต่อสู้คดีโดยหวังจะได้ที่ดินที่จำเลยพิพาทกับนายทรัพย์มาเป็นสิทธิของโจทก์ ไม่ใช่เป็นการช่วยเหลือน้องสาวให้ได้รับความยุติธรรมจากศาล จึงเป็นสัญญาให้ได้รับประโยชน์ตอบแทนจากการที่ผู้อื่นเป็นความกัน เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน เป็นโมฆะทั้งจะเรียกเงินที่ออกไปคืนจากจำเลยก็ไม่ได้ เพราะการที่โจทก์ออกเงินไปนั้นเป็นการชำระหนี้อันฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับจำเลยโจทก์ได้ออกค่าใช้จ่ายช่วยจำเลยในการต่อสู้คดีที่ถูกนายทรัพย์ แก่นแก้ว ฟ้องขอแบ่งที่ดิน สิ้นเงินไป ๓๐,๐๐๐ บาท โดยตกลงกันว่า ถ้าจำเลยชนะคดีจำเลยจะโอนที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ ถ้าจำเลยแพ้คดีจำเลยก็จะโอนที่ดินส่วนที่เหลือจากการแบ่งแยกแล้วให้แก่โจทก์ เป็นการตอบแทนที่โจทก์ได้ออกค่าใช้จ่ายไป ปรากฏว่าจำเลยแพ้คดีต้องแบ่งแยกที่ดิน เหลือที่ดินส่วนของจำเลยอยู่ ๒๐ ไร่เศษ ขอให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนให้แก่โจทก์ ถ้าจำเลยไม่ไปโอนก็ให้จำเลยคืนเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท
จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยให้โจทก์ช่วยเหลือทางด้านการเงินในคดีตามฟ้อง ถ้าโจทก์ออกเงินให้จำเลยต่อสู้คดีก็เพื่อหวังเอาส่วนแบ่งในผลประโยชน์ของคดี เป็นโมฆะ เพราะโจทก์ไม่มีประโยชน์ได้เสียเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เงินที่จำเลยรับไปจากโจทก์จำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท เป็นเงินที่โจทก์ออกให้จำเลยเป็นค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีกับนายทรัพย์แก่นแก้ว โดยมีข้อตกลงว่า เมื่อคดีเสร็จเด็ดขาดจำเลยชนะคดีจำเลยจะโอนที่ดิน น.ส.๓ ที่นายทรัพย์ฟ้องขอแบ่งทั้งหมดให้แก่โจทก์ถ้าจำเลยแพ้คดีจำเลยจะโอนที่ดินส่วนที่เหลือจากการแบ่งแยกแล้วให้แก่โจทก์ ปรากฏว่าโจทก์ไม่มีส่วนได้เสียในที่ดินและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในมูลคดีที่จำเลยกับนายทรัพย์พิพาทกัน เป็นการออกเงินให้จำเลยต่อสู้คดีโดยหวังจะได้ที่ดินที่จำเลยพิพาทกับนายทรัพย์มาเป็นสิทธิของโจทก์ ไม่ใช่เป็นการช่วยเหลือน้องสาวให้ได้รับความยุติธรรมจากศาล จึงเป็นสัญญาให้ได้รับประโยชน์ตอบแทนจากการที่ผู้อื่นเป็นความกัน เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน เป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๓ โจทก์จะฟ้องให้จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์ตามสัญญาไม่ได้ ทั้งจะเรียกเงินที่ออกไปคืนจากจำเลยก็ไม่ได้ เพราะการที่โจทก์ออกเงินไปนั้นเป็นการชำระหนี้อันฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายโจทก์จะเรียกร้องคืนไม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๑๑
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2978/2528
นายจันทา กองสะดี โจทก์
นางเหลา รู้ยิ่ง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายจันทา กองสะดี · จำเลย - นางเหลา รู้ยิ่ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสรี แสงศิลป์ · ทวี กสิยพงศ์ · สวัสดิ์ รอดเจริญ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุดร - นายสมศักดิ์ จันทรา · ศาลอุทธรณ์ - นายชยากร ถายะพิงค์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา