คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3118/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
รถยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 29 ทวิ จะริบไม่ได้ เว้นแต่จะมีบทบัญญัติเฉพาะให้ริบได้ตามกฎหมายนั้น หรือศาลจะใช้บทบัญญัติเรื่องการริบทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ประกอบกับมาตรา 17 เพื่อสั่งริบได้
ย่อคำพิพากษา
รถยนต์ของกลางที่จำเลยใช้บรรทุกไม้ฟืนซึ่งเป็นของป่าหวงห้ามเกินปริมาณที่กฎหมายอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 29 ทวิ นั้น ศาลจะสั่งให้ริบตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 74 ทวิ ไม่ได้เพราะมาตรา 74 ทวิไม่มีบทบัญญัติให้ริบทรัพย์ซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดตามมาตรา 29 ทวิ
แม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้จะมีบทบัญญัติเกี่ยวแก่การริบทรัพย์ไว้เป็นพิเศษแล้ว ศาลก็นำมาตรา 33 แห่งประมวลกฎหมายอาญามาใช้บังคับในการที่จะริบทรัพย์ที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิดได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 17
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์โดยใบอนุญาตขาดอายุ และมีไม้ฟืนซึ่งเป็นของป่าหวงห้ามเกินปริมาณที่กฎหมายอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๘ มาตรา ๒๙ ทวิ, ๗๑ ทวิ,๗๔, ๗๔ ทวิ, ๗๔ จัตวา ฯลฯ พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๕ และริบไม้ฟืนกับรถยนต์ของกลาง
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้อง และริบของกลาง
จำเลยอุทธรณ์ขอให้คืนรถยนต์ของกลาง
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า รถยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำผิดต้องริบตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๗๔ ทวิ พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลมิได้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๑๑ มาตรา ๔๘ มาตรา ๕๔ หรือมาตรา ๖๙ แต่ศาลลงโทษจำเลยฐานมีไม้ฟืนอันเป็นของป่าหวงห้ามไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามมาตรา ๒๙ ทวิ ดังนั้นศาลจะสั่งให้ริบรถยนต์ของกลางตาม มาตรา ๗๔ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ ไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้ริบรถยนต์ของกลางตามบทกฎหมายดังกล่าวจึงเป็นการมิชอบ อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติป่าไม้นี้แม้จะมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการริบทรัพย์ไว้เป็นพิเศษ แต่ก็ไม่มีข้อความใดบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น อันจะแสดงให้เห็นว่าไม่ต้องการให้นำบทบัญญัติในภาค ๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญามาใช้บังคับ ศาลจึงนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ มาใช้บังคับในการที่จะริบรถยนต์ของกลางที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๗ แห่งประมวลกฎหมายอาญา แต่การที่จะริบรถยนต์ของกลางตามมาตรา ๓๓ แห่งประมวลกฎหมายอาญานั้นเป็นเรื่องอยู่ในดุลพินิจของศาลสำหรับคดีนี้ข้อเท็จจริงตามฟ้องปรากฏว่า จำเลยใช้รถยนต์ของกลางบรรทุกไม้ฟืนอันเป้นของป่าหวงห้ามปริมาตร ๑.๒๖ ลูกบาศก์เมตร เกินกว่าปริมาณที่กฎหมายอนุญาตให้มีไว้ในครอบครอบเพียงเล็กน้อย จึงเห็นว่าไม่ควรริบรถยนต์ของกลาง
พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ริบรถยนต์ของกลาง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3118/2528
พนักงานอัยการจังหวัดลำพูน โจทก์
นายเสาร์แก้ว ติใหม่ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลำพูน · จำเลย - นายเสาร์แก้ว ติใหม่ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดลำพูน - นายสุพล พันธุมโน · ศาลอุทธรณ์ - นายเสรี แสงศิลป์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา