⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3318/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3318/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม เป็นการกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายอาละวาดไล่ทำร้ายภริยาจำเลยจนหลบหนีไปแล้ว จำเลยกำลัง จะรับประทานข้าว ผู้ตายได้มายืนร้องเรียกที่ข้างบ้านให้จำเลยออกมาเดี๋ยวนี้จำเลยก็เดินออกมาที่ชานบ้าน ผู้ตายเดินมาถึงหน้าบันไดบ้านพูดว่าวันนี้กูจะลุยมึงและจัดการกับมึงวันนี้จำเลยก็ว่าจะมาจัดการอะไรกัน ไม่เคยทำอะไรผิดผู้ตายก็พูดอีกว่าวันนี้กูต้องเอามึงแน่ จำเลยยกมือไหว้พูดว่า ไม่สู้พี่หรอก มีบุตรและภริยา ถ้าตายไปใครจะเลี้ยง ผู้ตายก็วิ่งขึ้นบันไดตรงเข้าชกต่อยจำเลย จำเลยจึงล้วงมีดพกปลายแหลมจากกระเป๋ากางเกงแทงผู้ตาย1ทีถูกบริเวณลำคอ ผู้ตายเดินเซลงบันไดไป จำเลยได้วิ่งตามไปแทงผู้ตายอีก 2-3 ครั้ง ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำแก่ผู้ตายไปเพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมเป็นการกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.72

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ใช้มีดปลายแหลมเป็นอาวุธแทงประทุษร้ายร่างกายนายสตี หมวดเชียงคะ ผู้ตาย หลายครั้งโดยมีเจตนาฆ่า และผู้ตายได้ถึงแก่ความตายเนื่องจากบาดแผลที่ถูกจำเลยแทง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพาทว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำคุก ๒๐ ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หนึ่งในสี่ คงจำคุก ๑๕ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๗๒ จำคุก ๘ ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หนึ่งในสี่ คงจำคุก ๖ ปี โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหามีว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยได้ใช้มีดพกปลายแหลมเป็นอาวุธแทงฆ่าผู้ตายจริง แต่โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นในขณะเกิดเหตุ คงฟังได้ตามคำเบิกความของนางทำ แก้วตาสาม ภริยาจำเลยว่าผู้ตายอาละวาดไล่ทำร้าย นางทำได้วิ่งหนีไป แล้วได้ความจากคำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยตามเอกสารหมาย จ.๗ ว่าจำเลยกำลังจะรับประทานข้าว ผู้ตายมายืนร้องเรียกที่ข้างบ้านให้จำเลยออกมาเดี๋ยวนี้ จำเลยก็เดินออกมาที่ชานบ้าน เห็นผู้ตายเดินมาถึงหน้าบันไดบ้านพูดว่าวันนี้กูจะลุยมึงและจัดการกับมึงวันนี้ จำเลยก็ว่า จะมาจัดการอะไรกัน ไม่เคยทำอะไรผิด ผู้ตายก็พูดอีกว่า วันนี้กูต้องเอามึงแน่ จำเลยยกมือไหว้พูดว่าไม่สู้พี่หรอก มีบุตรและภริยา ถ้าตายไปใครจะเลี้ยง ผู้ตายก็วิ่งขึ้นบันไดตรงเข้าชกต่อยจำเลย จำเลยจึงล้วงมีดพกปลายแหลมจากกระเป๋า กางเกงแทงผู้ตาย ๑ ทีถูกบริเวณลำคอ ผู้ตายเดินเซลงบันไดไป จำเลยได้วิ่งตามไปแทงผู้ตายอีก ๒-๓ ครั้ง ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำแก่ผู้ตายไปเพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมเป็นการกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๒ ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไว้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3318/2528 พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์ นายจันทร์ แก้วตาสาม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี · จำเลย - นายจันทร์ แก้วตาสาม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพันธ์ ผลฉาย · กิติ บูรพรรณ์ · ประการ กาญจนศูนย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายบุญส่ง น้อยโสภณ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิรุ+ท์ วิวัธวานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 313/2518ฎีกา 871/2518ฎีกา 3861/2537ฎีกา 6083/2546ฎีกา 1788/2513ฎีกา 221/2484ฎีกา 37/2488ฎีกา 3164/2538ฎีกา 846/2512ฎีกา 138/2532ฎีกา 795/2469ฎีกา 286/2509ฎีกา 1371/2540ฎีกา 1207/2516ฎีกา 1150/2499ฎีกา 668/2481ฎีกา 3887/2542ฎีกา 2958/2540ฎีกา 1031/2464ฎีกา 551/2514ฎีกา 1005/2532ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1893/2533ฎีกา 2033/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา