⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1856/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1856/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากผู้ร้องไม่ดำเนินการนำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่ผู้คัดค้านภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ถือเป็นการทิ้งฟ้องตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องยื่นอุทธรณ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันเดียวกันนั้นว่าให้ผู้ร้องนำส่งสำเนาให้ผู้คัดค้านภายใน 15 วัน ผู้ร้องหรือผู้แทนไม่จัดการนำส่งภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ดังนี้ กรณีเป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 70 วรรคท้าย และกำหนดเวลาดังกล่าวก็เป็นเวลาที่สมควรแล้ว การที่ผู้ร้องไม่ดำเนินคดีภายในเวลาดังกล่าวจึงเป็นการทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะจำหน่ายคดีตามมาตรา 132(1) ประกอบด้วยมาตรา 246 แม้ผู้ร้องจะได้เสียค่าใช้จ่ายในการนำส่งสำเนาอุทธรณ์ไว้ล่วงหน้าก็ไม่ทำให้ผู้ร้องหมดหน้าที่ที่จะต้องจัดการนำส่งสำเนาตามคำสั่งของศาลชั้นต้น.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.70 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า กรมศิปากรามีหนังสือแจ้งให้ผู้ร้องทราบว่าอาคารของผู้ร้องมีคุณค่าโดยลักษณะเป็นโบราณสถานตามพระราชบัญญัติโบราณสถานฯ พ.ศ. ๒๕๐๔ กรมศิลปากรจะดำเนินการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานตามกฎหมายต่อไปขอให้ศาลมีคำสั่งให้กรมศิลปากรระงับการกระทำดังกล่าว ผู้คัดค้านทั้งสองคัดค้านว่า กรมศิลปากรยังมิได้ประกาศขึ้นทะเบียนอาคารตามคำร้องเป็นโบราณสถานตามกฎหมาย และผู้ร้องมิได้ใช้สิทธิร้องต่อศาลภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วมีคำสั่งให้จำหน่ายคดี ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ปรากฏว่าผู้ร้องยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๒๘ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันเดียวกันว่า 'รับสำเนาให้อธิบดีกรมศิลปากรผู้คัดค้าน โดยให้ผู้ร้องนำส่งภายใน๑๕ วัน' วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๒๘ หัวหน้างานเดินหมายและประกาศของกรมบังคับคดีรายงานว่าพ้นกำหนด ๑๕ วันแล้ว ผู้อุทธรณ์หรือผู้แทนผู้อุทธรณ์ไม่มานำส่ง ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นสั่งให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการนำส่งภายในกำหนดเวลา๑๕ วัน ซึ่งศาลชั้นต้นมีอำนาจที่จะสั่งได้โดยชอบ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๗๐ วรรคท้าย ที่แก้ไขแล้วทั้งกำหนดเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดเป็นเวลาที่สมควรแล้ว การที่ผู้ร้องไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดจึงถือได้ว่าผู้ร้องทิ้งฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา๑๗๔(๒) ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะจำหน่ายคดีตามที่กำหนดไว้ในมาตรา๑๓๒(๑) ประกอบด้วยมาตรา ๒๔๖ ส่วนที่ผู้ร้องกล่าวอ้างมาในฎีกาว่าได้ไปเสียค่าใช้จ่ายในการนำส่งสำเนาอุทธรณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วนั้น ถึงแม้ข้ออ้างของผู้ร้องจะเป็นจริงก็ไม่ทำให้ผู้ร้องหมดหน้าที่ที่จะต้องจัดการนำส่งตามคำสั่งขอศาลชั้นต้น คำสั่งศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1856/2529 กรมศิลปากร ที่ 1 กับพวก.

รายละเอียดคดี

คู่ความกับพวก. - กรมศิลปากร ที่ 1
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุทิศ บุญชู · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 6025/2538ฎีกา 2076/2542ฎีกา 2018/2548ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1337/2533ฎีกา 7154/2551ฎีกา 8366/2557ฎีกา 866/2518ฎีกา 361/2539ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1498/2548ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538ฎีกา 9203/2547ฎีกา 8337/2540ฎีกา 7201/2568ฎีกา 4470/2543ฎีกา 70/2518ฎีกา 581/2502ฎีกา 2170/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา