⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 236/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 236/2529

ป.พ.พ. ม.1358, 1359, 1562 · ป.วิ.แพ่ง ม.55

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีระหว่างบุพการีกับผู้สืบสันดานต้องห้ามตามกฎหมาย เว้นแต่กรณีที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ที่ 2 อยู่ในฐานะผู้สืบสันดานคือเป็นหลานจำเลยจำเลยอยู่ในฐานะเป็นยายย่อมเป็นบุพการีของโจทก์ที่ 2 การที่โจทก์ที่ 2 ฟ้องจำเลยจึงเป็นการฟ้องบุพการี ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1562 โจทก์ที่ 2 จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย สำหรับโจทก์ที่ 1 เป็นเพียงบุตรเขยไม่ได้เป็นผู้สืบสันดานของจำเลย จำเลยไม่ได้เป็นบุพการีของโจทก์ที่ 1 ฟ้องโจทก์จึงไม่ต้องห้ามทั้งหมด โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยในที่พิพาทย่อมมีอำนาจดำเนินคดีต่อไปได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1358 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1359 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1562

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1358 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1359 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1562 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ แต่งงานกับนางเปนบุตรของนายกองและจำเลย มีบุตร ๑ คน คือโจทก์ที่ ๒ โจทก์ที่ ๑ กับนางเปนได้ช่วยกันหักร้างถางป่าทำเป็นนา โจทก์ที่ ๒ ได้ช่วยถากถางทำเป็นนาต่อมาได้ครอบครองทำกินเป็นส่วนสัดมาเป็นเวลาหลายปี จนถึง พ.ศ. ๒๔๙๘ โจทก์ที่ ๑ และที่ ๒ ได้แจ้ง ส.ค.๑ ไว้ และเสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมา เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๒๖ โจทก์ไปร้องขอออก น.ส.๓ จำเลยคัดค้านอ้างว่าที่ดินเป็นของจำเลย ขอให้สั่งว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า โจทก์ที่ ๑ ไม่เคยแต่งงานอยู่กินกับนางเปนหรือเบน โจทก์ที่ ๒ ไม่ใช่บุตรนางเปนหรือเบนโจทก์ทั้งสองไม่เคยเข้าหักร้างถางป่าทำเป็นนาในที่พิพาท จำเลยกับสามีได้ร่วมกันจับจองที่พิพาททำเป็นนาประมาณ ๔๐ ปีแล้ว นาพิพาทยังไม่มี ส.ค.๑ จำเลยได้ครอบครองทำประโยชน์และเสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมา ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ที่นาพิพาทเป็นของโจทก์ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ที่ ๒ เป็นบุตรนางเปนหรือกานกับโจทก์ที่ ๑ นางเปนเป็นบุตรจำเลย โจทก์ที่ ๒ อยู่ในฐานะผู้สืบสันดานคือเป็นหลานจำเลย จำเลยอยู่ในฐานะเป็นยายย่อมเป็นบุพการีของโจทก์ที่ ๒ การที่โจทก์ที่ ๒ ฟ้องจำเลยจึงเป็นการฟ้องบุพการี ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๑๕๖๒ ซึ่งบัญญัติว่า ผู้ใดจะฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญามิได้ แต่เมื่อผู้นั้นหรือญาติสนิทของผู้นั้นร้องขอ อัยการจะยกคดีขึ้นว่ากล่าวก็ได้ โจทก์ที่ ๒ จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย สำหรับโจทก์ที่ ๑ เป็นเพียงบุตรเขยไม่ได้เป็นผู้สืบสันดานของจำเลย จำเลยไม่ได้เป็นบุพการีของโจทก์ที่ ๑ ฟ้องโจทก์จึงไม่ต้องห้ามทั้งหมด โจทก์ที่ ๑ ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยในที่พิพาทย่อมมีอำนาจดำเนินคดีต่อไปได้ แล้ววินิจฉัยว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ที่ ๑ กับพวก พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับโจทก์ที่ ๒ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 236/2529 นายหนู พร้อมสุข กับพวก โจทก์ นางถัน ขันธะวิชัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายหนู พร้อมสุข กับพวก · จำเลย - นางถัน ขันธะวิชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปลื้ม โชติษฐยางกูร · มาโนช เพียรสนอง · อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายเกษม ควรเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายอรรถวิทย์ วรรธนวินิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3042/2566ฎีกา 2374/2521ฎีกา 7308/2537ฎีกา 1634/2506ฎีกา 3198/2543ฎีกา 1106/2501ฎีกา 5389/2549ฎีกา 2351/2525ฎีกา 6432/2548ฎีกา 3924/2539ฎีกา 1793/2549ฎีกา 631/2541ฎีกา 305/2511ฎีกา 1858-1859/2515ฎีกา 130/2538ฎีกา 3409/2554ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 797/2499ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา