⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2550/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2550/2529

ป.อาญา ม.137

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งความอันเป็นเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 จะมีความผิดต่อเมื่อผู้แจ้งทราบอยู่แล้วว่าข้อความที่แจ้งนั้นเป็นเท็จ

ย่อคำพิพากษา

ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำฟ้องของโจทก์ได้ความว่า การที่จำเลยไปแจ้งว่าชายคนที่ไปร้านของจำเลยคือโจทก์นั้น ก็เป็นการแจ้งไปตามคำบอกเล่าของเด็กที่อยู่ในร้าน โจทก์มิได้ยืนยันข้อเท็จจริงให้ปรากฏในคำฟ้องว่าเด็กในร้านมิได้บอกกับจำเลยเช่นนั้น อันจะทำให้เห็นว่าข้อที่จำเลยแจ้งนั้นเป็นเท็จ เมื่อฟังไม่ได้ว่าข้อความที่จำเลยแจ้งเป็นเท็จแล้ว การแจ้งความของจำเลยก็ไม่มีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.137

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.137 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องว่า จำเลยเอาความเท็จและข้อความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแจ้งต่อร้อยตำรวจตรีอิทธิพรโพธิสุข พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลยานนาวาว่า วันเดียวกันนั้น เวลา ๑๗ นาฬิกา ขณะที่จำเลยไม่ได้อยู่ในร้านค้าของจำเลย ชื่อร้านนิวจิวเวลลี่ในโรงแรมแมนฮัตตัน ได้มีชายคนหนึ่งอ้างชื่อว่านายธนะ ทินกร ณ อยุธยา มาที่ร้านค้าของจำเลย ถือกระเป๋า๑ ใบ มีท่าทางพิรุธถามหาจำเลย แต่เด็กในร้านจำเลยบอกว่าจำเลยไม่อยู่ ชายดังกล่าวจึงบอกกับเด็กของจำเลยว่าชื่อนายธนะ ทินกร ณ อยุธยา จำเลยเกรงว่านายธนะจะมาดักทำร้ายจำเลยเนื่องจากจำเลยกับบิดาของนายธนะกำลังมีกรณีพิพาทกันอยู่ความจริงแล้วโจทก์ไม่ได้กระทำตามที่จำเลยแจ้งความ การแจ้งความของจำเลยทำให้เจ้าพนักงานหลงเชื่อจึงรับแจ้งลงรายงานประจำวัน ซึ่งอาจทำให้โจทก์เสียหายถูกจับกุมดำเนินคดี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗, ๑๗๒, ๙๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาวินิจฉัยคงมีเพียงว่าการกระทำของจำเลยตามที่โจทก์กล่าวในฟ้องจะมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗ หรือไม่เห็นว่า ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำฟ้องของโจทก์นั้น ได้ความว่า การที่จำเลยไปแจ้งว่าชายคนที่ไปที่ร้านของจำเลยคือโจทก์นั้น ก็เป็นการแจ้งไปตามคำบอกเล่าของเด็กที่อยู่ในร้านโจทก์มิได้ยืนยันข้อเท็จจริงให้ปรากฏในคำฟ้องว่าเด็กในร้านมิได้บอกกับจำเลยเช่นนั้นอันจะทำให้เห็นว่าข้อที่จำเลยแจ้งนั้นเป็นเท็จ เมื่อข้อเท็จจริงตามคำฟ้องฟังไม่ได้ว่าข้อความที่จำเลยแจ้งเป็นเท็จแล้ว การแจ้งความของจำเลยตามฟ้องก็ไม่มีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗ ไม่จำเป็นต้องพิจารณาปัญหาอื่น ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2550/2529 นายธนะ ทินกร ณ อยุธยา โจทก์ นางสุพัตรา หาญผลกิจหรือลีศุภนานนท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายธนะ ทินกร ณ อยุธยา · จำเลย - นางสุพัตรา หาญผลกิจหรือลีศุภนานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุทิศ บุญชู · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครใต้ - นายบุญสิทธิ์ คงสุวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายชลิต ประไพศาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1274/2513ฎีกา 4048/2528ฎีกา 2309/2558ฎีกา 284/2507ฎีกา 1499/2531ฎีกา 5138/2537ฎีกา 581/2527ฎีกา 492/2509ฎีกา 15248-15249/2557ฎีกา 6858/2541ฎีกา 1572/2557ฎีกา 651/2529ฎีกา 407/2509ฎีกา 2093/2542ฎีกา 1107/2509ฎีกา 1124/2507ฎีกา 1686/2563ฎีกา 1676/2557ฎีกา 3828/2531ฎีกา 3520/2527ฎีกา 2249/2515ฎีกา 1022/2505ฎีกา 125/2507ฎีกา 8739/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา